Phones





GULF กำไรเติบโต....ฉุดไม่อยู่

2022-03-04 18:07:10 853



GULF กำไรเติบโต....ฉุดไม่อยู่ (สกู๊ปพิเศษ)


หลังจากโชว์ผลงานไฉไลในปี 64 ที่ผ่านมากับตัวเลขกำไรสุทธิที่โตร้อนแรงถึง 79.1% ขึ้นสู่ระดับ 7,670 ล้านบาท และยังมีทีท่าว่าผลประกอบการปี 65 จะยังพุ่งแรงแบบฉุดไม่อยู่กับ บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จีดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF ที่ในปีนี้ยังแผนการลงทุนต่างๆ อีกหลายโครงการ 

โดยแม่ทัพหญิง “ยุพาพิน วังวิวัฒน์” กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ของ GULF ระบุว่า ในปี 65 ยังคงมองรายได้รวมเติบโต 60% จากปีก่อน เพราะจะมีการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC เฟส 3-4 กำลังการผลิตรวม 1,325 เมกะวัตต์ (MW),โครงการโซลาร์รูฟ กำลังผลิตรวม 100 MW, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแม่โขง 128 MW และรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC เฟส 1-2 เข้ามาเต็มปี รวมทั้งยังจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนใน INTUCH และโอกาสในการทำดีล M&A เพิ่มเติม

อัดงบลงทุนสานต่อการเติบโต
ขณะที่ GULF ได้จัดสรรงบลงทุนระยะ 5 ปี (65-69) ไว้ราว 100,000 ล้านบาท โดยจะใช้ในการลงทุนพลังงานหมุนเวียนประมาณ 75% ของเงินลงทุนดังกล่าว ส่วนที่เหลือจะกระจายการลงทุนไปยังพลังงานก๊าซธรรมชาติ, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจดิจิทัล โดยในส่วนของธุรกิจทางด้านดิจิทัลนั้น ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับทาง “Binance” เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ซึ่งจะเป็นการลงทุนในส่วนของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่าง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1/65 


ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยยังคงประเมินผลประกอบการปี 65 ของ GULF จะเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดการณ์กำไรปกติจะขึ้นไปสู่ระดับ 12,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้า GSRC เฟส 1 และ 2 ที่จะผลิตเต็มปี รวมทั้งโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเริ่มผลิตในปี 65 กำลังการผลิตราว 1,000 MW และรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมทุน INTUCHเต็มปี นอกจากนี้ ผลประกอบการยังมีอัพไซต์เพิ่มเติม โดยฝ่ายวิจัยรอประเมินการลงทุนทางด้าน Digital ที่ GULF จะมีการร่วมมือกับกลุ่ม INTUCH และการร่วมมือกับทาง Binance ซึ่งจะเป็นมูลค่าเพิ่มต่อราคาพื้นฐานของ GULF ในปัจจุบัน

ขณะที่บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ฝ่ายวิจัยประเมินว่าผลประกอบการของ GULF จะได้รับปัจจัยบวกเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/65 จากการ COD โรงไฟฟ้า GSPC เฟส 3 กำลังผลิต 464 MW ส่วนในไตรมาส 2/65 จะเริ่ม COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม กำลังการผลิต 122 MW และความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาอย่างโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาว ทั้งโครงการปากแบง กำลังการผลิต 912 MW และโครงการปากลาย กำลังการผลิต 770 MW, การร่วมทุนธุรกิจ Data Center และการศึกษาการร่วมทุนกับ Binance ในการทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 


ส่องกำไรโตอย่างต่ำ 59% ต่อปี
สำหรับในไตรมาส 3/65 จะมีประเด็นความคืบหน้าโครงการ LPG to power ในเวียดนาม และในไตรมาส 4/65 จะเริ่ม COD โรงไฟฟ้า GSRC เฟส 4 กำลังการผลิต 464 MW รวมถึงความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าสานาคมใน สปป.ลาว กำลังการผลิต 684 MW 

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ เก็งกำไร ในหุ้น GULF โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 53.00 บาท เนื่องจากสามารถซื้อเก็งกำไรจากอัพไซต์ของโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจา โดยราคาหุ้นมีปัจจัยบวกรองรับอย่างต่อเนื่องในปี 65 และระยะยาวธุรกิจไฟฟ้าเติบโตสูงจากการทยอย COD กำลังการผลิตใน 5 ปีข้างหน้า ส่งผลให้ Equity MW เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว และกำไรเติบโตก้าวกระโดด 59% ต่อปีในช่วงปี 64-66 ซึ่งเด่นกว่ากลุ่มที่กำไรเติบโตเพียง 5-24% ต่อปี

หากดูกันที่โครงการที่มีอยู่ในมือแล้ว คงไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเติบโตของ GULF ในช่วง 1-2 ปีนี้ แต่ในระยะยาวต้องมาติดตามดูว่าแผนการขยับขยายการลงทุนใหม่ๆ จะเกิดขึ้นตามที่วาดฝันกันไว้หรือไม่