Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
STARM เปิดแผนครึ่งหลังปี 69 รุกสร้าง Ecosystem
MAI
FLE เปิดเทรดวันแรก 1.45 บาท เหนือจอง 17.89%
IPO
FLE มั่นใจเข้าเทรด mai วันแรกสร้างความประทับใจ
บล./บลจ
กบข. เตรียมเงิน 2.49 หมื่นล้านบาท จ่ายเงินผู้เกษียณ 69
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี วางกรอบเงินบาท 32.80-33.35 บ./ดอลลาร์ จับตาจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
GUNKUL จับมือ สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ชูโมเดล 'Solar + Battery'
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE คว้า AGM Checklist ปี 69 เต็ม 100 คะแนน
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY ลุยกิจกรรม “From Waste to WOW” ปีที่ 2 เปิดเวทีคนรุ่นใหม่
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
PUEAN ลุยสาขาใหม่ ดันพอร์ตสินเชื่อโต 900 ล.
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัว ‘เลิฟ รีไทร์ และซีเนียร์ รีไทร์ 99/5’
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก”
อสังหาริมทรัพย์
BAM คัดทรัพย์เด่นมูลค่า 3.2 หมื่นล.จัดแคมเปญ “บ้าน BAM สุขพร้อมเสิร์ฟ”
การตลาด
CH เปิดตัวแบรนด์ ‘SUMACO’ ชิงเค้กตลาดพรีเมียม
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
SNPS เปิดบ้านต้อนรับคณะสื่ออาเซียน โชว์ศักยภาพธุรกิจ
Gossip
GPI ปลื้ม! เสียงตอบรับ “จักรยานทรงตัวสำหรับเด็ก”
Entertainment
SUPALAI จับมือ No One Else เติม “บ้าน” ให้ 5 เพลงรัก
สกุ๊ป พิเศษ
ซิกเว่ แบ่งปันมุมมอง ขับเคลื่อนศก.ไทยด้วย 'หลัก AI ที่มีความรับผิดชอบ'
GULF แจ้ง! โรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Beng เซ็นสัญญาขายไฟให้ กฟผ.แล้ว
2023-09-22 15:21:26
379
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - GULF แจ้ง! โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Beng ใน สปป.ลาว ได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นที่เรียบร้อย อายุสัญญา 29 ปี นับจากวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ มูลค่าลงราว 1 แสนล้านบาท คาดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2576
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GUF รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ว่า ตามที่ GULF ได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.65 ว่า บริษัทฯ และ China Datang Overseas Investment Co., Ltd. (CDTO) ภายใต้เครือของ China Datang Corporation Ltd. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและบริษัทพลังงานชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีโครงการผลิตไฟฟ้า กำลังการผลิตติดตั้งรวมกว่า 170,000 เมกะวัตต์ ครอบคลุม 13 ประเทศทั่วโลก ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Beng ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 912 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากแบ่ง แขวงอุดมไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และจะทำการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดให้แก่ กฟผ. นั้น
บริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.66 Pak Beng Power Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทฯ และ CDTO ในสัดส่วน 49% และ 51% ตามลำดับ เพื่อดำเนินโครงการ Pak Beng ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement) กับ กฟผ. เป็นที่เรียบร้อย โดยสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลา 29 ปี นับจากวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ และมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยที่ 2.7129 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง
ทั้งนี้ โครงการ Pak Beng มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยคาดว่าจะสามารถปิดการจัดหาเงินกู้ได้ภายในปลายปี 67 และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 8 ปี โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 76
โครงการ Pak Beng เป็นโครงการที่ผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลและสภาแห่งชาติ สปป.ลาว ซึ่งได้ลงนามสัญญาสัมปทาน (Concession Agreement) กับรัฐบาล สปป.ลาว ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ส.ค.66 ที่ผ่านมา โดยถือเป็นหนึ่งในโครงการโรงไฟฟ้าภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย และ สปป.ลาว เรื่องความร่วมมือในการพัฒนาไฟฟ้าในสปป.ลาว (MOU) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition)
โดยภายใต้ MOU ประเทศไทยจะซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใน สปป.ลาว และเชื่อมโยงผ่านระบบส่งไฟฟ้าระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีกรอบปริมาณความร่วมมือในการซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 10,500 เมกะวัตต์ มีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 5,935 เมกะวัตต์ จำนวน 11 โครงการ โครงการที่ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 3,060 เมกะวัตต์ จำนวน 3 โครงการ และโครงการที่ลงนามบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า (Tariff MOU) แล้ว 815 เมกะวัตต์ จำนวน 2 โครงการ
ความร่วมมือภายใต้ MOU ดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนโรงไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดที่จะเข้ามาในระบบ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าที่จะหมดอายุรวมกว่าหมื่นเมกะวัตต์ตั้งแต่ปี 66 เป็นต้นไป และยังตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการเพิ่มขึ้นของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อีกด้วย
การรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ Pak Beng จะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ต่ำตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการ Pak Beng มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าที่ต่ำกว่าราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปัจจุบันที่ 4-5 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง อีกทั้ง ภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โครงการ Pak Beng จะต้องมีการใช้วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า รวมถึงบุคลากร การจ้างงานและการบริการจากประเทศไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ จึงถือว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และยังเป็นไปตามแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ระบุไว้ในแผนรับซื้อไฟฟ้าของประเทศ
STARM เปิดแผนครึ่งหลังปี 69 รุกสร้าง Ecosystem
SMO อัพกำลังผลิต – รุกลงทุน CPKO - กสิกรไทย เดินหน้าอัพเกรด K PLUS
SO คว้าคะแนน AGM Checklist เต็ม 100 ต่อเนื่องปีที่ 3
TSE ขยายพอร์ตพลังงานสะอาด - PRM โบรกฯ ชี้เป้า 12.00 บ.
TSE เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด
ETL คว้า “ดีเยี่ยม” AGM Checklist 2569