Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
WP เล็งสยายปีกลุยธุรกิจใหม่ - SUSCO เปิดเกมบุก Non – Oil
MAI
88TH ไฟเขียวปันผล 0.1850 บ. เล็งบุกตลาดจีนปั๊มรายได้โต 30%
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” ลุยแผนเข้า mai
บล./บลจ
Liberator ขึ้นแท่นโบรกเกอร์อันดับ 1 เอเชียจาก TradingView
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC แนะยกระดับนโยบาย 4T หลัง Moody’s คงอันดับเรตติ้งไทย
การค้า - พาณิชย์
EXIM BANK แนะผู้ส่งออกหาเส้นทางขนส่งทางเลือกไป ตอ.กลาง
พลังงาน - อุตสาหกรรม
PT รุกตลาดดีเซล B20 ชูจุดเด่นราคาถูกกว่า B7 ถึง 7 บ./ลิตร
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE กางแผน JUMP+ ชู AI-ดิจิทัล เสริมบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
แบงก์ - นอนแบงก์
ธอส. ให้กู้เพิ่มติดตั้ง Solar Roof ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.00% ต่อปี
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
‘เงินไชโย’ ผนึก ‘RSiam’ ชู ‘มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง’ ขับเคลื่อนแบรนด์
SMEs - Startup
สกิลแคมป์ จับมือ CIPAT เปิดโครงการ Cybersecurity BootKamp
ประกันภัย - ประกันชีวิต
TQR ปี 69 ประกันภัยต่อ EV–Cyber–PA โตเด่น
รถยนต์
GPI โชว์ความสำเร็จงาน Motor Show กวาดยอดจองรวมทะลุ 1.35 แสนคัน
ท่องเที่ยว
Atome ประเทศไทย จับมือ Agoda ยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว
อสังหาริมทรัพย์
PROUD ผถห.ไฟเขียวปันผล 0.09 บาท ลุยโครงการระดับลักชัวรี
การตลาด
CPW ผนึกแบรนด์ระดับโลก รุก Digital Lifestyle ปี 69
CSR
สกิลแคมป์ จับมือ CIPAT เปิดโครงการ Cybersecurity BootKamp
Information
EXIM BANK คว้ารางวัล “องค์กร CSR แห่งปี”
Gossip
STELLA คลอดหุ้นกู้ 2 ชุด
Entertainment
"กรุงศรี ออโต้" เปิดพฤติกรรมคนซื้อรถยุคใหม่ในงานมอเตอร์โชว์
สกุ๊ป พิเศษ
PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem
CIMBT ชี้ท่องเที่ยว เกษตร การผลิต หนุนจีดีพีปีมังกร
2023-12-12 17:53:30
247
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – CIMBT ประเมินเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ในปี 67 หลังการฟื้นตัวที่อัตรา 2.4% ในปี 66 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวใน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร และภาคการผลิต
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกผันผวน ซับซ้อน และคาดเดายากขึ้นเรื่อยๆ การจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและเติบโต ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความท้าทาย ต้องอาศัยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสม ปี 2567 จึงเปรียบได้กับ ปริศนามังกร ที่มีปริศนาต้องแก้ไขฝ่าด่านเต็มไปหมด คำถามที่ยากที่สุดคือ ไทยจะรักษาสมดุลอย่างไร ระหว่างทิศทางดอกเบี้ยขาลงในตลาดการเงินโลก กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยไม่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงหรือเงินไหลออก
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัว 3.1% ในปี 2567 หลังการฟื้นตัวที่อัตรา 2.4% ในปี 2566 แนวโน้มการเติบโตที่ดีนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวใน 3 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการเกษตร และภาคการผลิต สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดภายในของไทยและการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
โดยในปี 2567 คาดว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคต่าง ๆ ที่มีความเปราะบางและเสี่ยงสูง พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เสี่ยงต่อการลดลงของอุปสงค์ทั่วโลกและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ยังดำรงอยู่ทั้งในยูเครนและอิสราเอล ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนอันเนื่องมาจากหนี้สินของบริษัทที่เพิ่มขึ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำ แม้สหรัฐฯจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ แต่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอน ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงภายในกลางปี 2567 เพื่อฟื้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัว
ขณะที่ด่านทดสอบที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คือ การออกแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการบริโภคทั่วทุกภูมิภาคของประเทศโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แม้ว่านโยบายนี้สามารถส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ (โดยอาจเพิ่มเป็น 3.6% เทียบกับ 3.1% กรณีไม่มีนโยบายนี้) แต่ยังทำให้เกิดความกังวลต่อการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตและการไหลออกของเงินทุน ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการดำเนินการและความจำเป็นของนโยบายนี้อาจต้องพิจารณาสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2567 ใน 2 สถานการณ์ด้วยกัน คือ กรณีที่มีดิจิทัลวอลเล็ต และกรณีที่ไม่มีดิจิทัลวอลเล็ต
อย่างไรก็ตาม จากคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจะอยู่ต่ำกว่า 2% ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงมีแนวโน้มมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้อาจรวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.50% เป็น 2.00% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ธปท.อาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมจนถึงสิ้นปีเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดเงินในกรณีที่มีการออกดิจิทัลวอลเล็ต
ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนพฤษภาคม 2567 ตามการคาดการณ์ ควบคู่ไปกับราคาน้ำมันที่ทรงตัว และรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนให้ไทยมีฐานะเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น และเอื้อให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าและมีเสถียรภาพได้ ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทจะแตะ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯภายในสิ้นปี 2567
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการเป็นภาคหลักของการฟื้นตัว โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาถึง 34 ล้านคนในปี 2567 ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียน รัสเซีย และยุโรป โดยนักท่องเที่ยวจีนอาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าคาด ทั้งนี้ แรงส่งเศรษฐกิจปีหน้าจึงยังอยู่ที่ภาคการท่องเที่ยว ในส่วนของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร คาดว่าผลผลิตทางการเกษตรจะเพิ่มขึ้นจากสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย และได้แรงหนุนจากราคาที่ทรงตัวหรือสูงขึ้น ช่วยฟื้นฟูการบริโภคและการลงทุนในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและสินค้าเกษตร ทางด้านภาคการผลิต คาดการณ์ว่าการส่งออกจะเติบโต 2.5% ในปี 2567 โดยเฉพาะการผลิตยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอาหารแปรรูป แม้จะมีความท้าทาย แต่สัญญาณของการฟื้นตัวยังปรากฏชัดในอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบสำคัญ
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปี 2566 ถึงกลางปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการส่งออกและการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของครัวเรือนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางอาจยังคงที่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเน้นเพิ่มการใช้จ่ายของผู้เสียภาษีอาจช่วยกระตุ้นการบริโภคได้ชั่วคราว ทั้งนี้ กุญแจสำคัญในการไข 'ปริศนามังกร' อยู่ที่ไทยจะรักษาสมดุลทิศทางดอกเบี้ยขาลงของตลาดการเงินโลกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้อย่างราบรื่นมากน้อยแค่ไหน โดยไม่ส่งผลกระทบให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงหรือให้เงินไหลออก เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มสดใสมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงซึ่งเราคงเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงกลางปี 2567 นี้
WP เล็งสยายปีกลุยธุรกิจใหม่ - SUSCO เปิดเกมบุก Non – Oil
SUSCO เดินหน้ารุก Non – Oil เสริมแกร่งรายได้ประจำ
WP โหวตผ่านฉลุย! จ่ายเงินปันผล 0.30 บ./หุ้น
SPALI ปี 68 ปันผลฉ่ำ 1.25 บ./หุ้น - PTG โบรกฯ เคาะเป้า 11.50 บ.
TWPC ลุยปี 69 ตั้งเป้าโต Double Digit เร่งพอร์ต Food–HVA
SPREME ปันผล 0.12 บ./หุ้น ลุยประมูลงาน 3 พันล.