Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
UOB ล็อคเป้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ - CH Q3/69 ส่งสัญญาณบวก
MAI
ATP30 ลุยแผน JUMP+ ขับเคลื่อน Green Mobility หนุนโตยาว
IPO
FLE ปิดท้ายโรดโชว์ กทม. เดินหน้า IPO 100 ล้านหุ้น
บล./บลจ
UOB ชี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯสดใสรับลงทุน AI
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
BAY ส่องกรอบเงินบาท 33.00-33.60 บ./ดอลลาร์ เกาะติดจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
WP จับมือ "สมยศ" รุกธุรกิจใหม่ สร้าง New S-Curve หนุนการเติบโต
คมนาคม - โลจิสติกส์
TPL ปรับโครงสร้างลงตัว ครึ่งปีแรก 69 รายได้รวม 700.1 ล้านบ.
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK จับมือ ฮั่วเซ่งเฮง เปิดเทรดทอง USD ผ่าน K PLUS
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR ขยายแหล่งเงินทุนสู่ตปท. ออกหุ้นกู้ 16,500 ล้านเยน
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับบริการผ่านระบบ iClaim รพ.รัฐ
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
Atome จับมือ Agoda เปิดแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบสิทธิ์พักโรงแรมหรู
อสังหาริมทรัพย์
BAM หารือ 4 พันธมิตรนานาชาติ เปิดโอกาสความร่วมมือใหม่
การตลาด
MONO ปักธงกลยุทธ์ “Streaming-First” ดัน MONOMAX สู่ Streaming Ecosystem
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
EXIM BANK ร่วมเป็นวิทยากรงานสัมมนาพิเศษ
Gossip
SA ชวนร่วมปาร์ตี้ส่งท้าย Taco Hachi Rooftop Bar
Entertainment
กรุงเทพประกันชีวิต จัดกิจกรรม “My Superhero Mom”
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ศักยภาพแข็งแกร่งระดับภูมิภาค
แกร็บ ชู 6 เทรนด์มาแรง สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน
2023-12-18 15:44:56
407
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - แกร็บ ประเทศไทย เผยอินไซต์ผู้ใช้บริการเดลิเวอรีผ่านรายงาน “เทรนด์การสั่งอาหารและของใช้ในบ้านปี 2566” (Food & Grocery Trend Report 2023) โดยได้ศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีและการสั่งสินค้าควิกคอมเมิร์ซผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการทั่วประเทศ พบ 6 เทรนด์มาแรง โดยเฉพาะเทรนด์ออมนิคอมเมิร์ซ (Omnicommerce) ที่ผู้บริโภคหันมาใช้แพลตฟอร์มเดลิเวอรีในการเชื่อมต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น สะท้อนผ่านบริการกินที่ร้าน (Dine-in) และรับเองที่ร้าน (Self Pick-Up) ที่เติบโตขึ้นกว่า 23 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2564 เผย “ส้มตำปูปลาร้า” และ “กาแฟ” ครองแชมป์เมนูสุดฮิตแห่งปีด้วยยอดสั่งกว่า 4.4 ล้านออเดอร์และ 4.6 ล้านแก้วผ่าน GrabFood ขณะที่ “ไข่ไก่” และ “น้ำดื่ม” ยังคงเป็นฮอตไอเท่มที่ถูกสั่งมากที่สุดผ่าน GrabMart
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2566 ถือเป็นปีที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมของผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มเดลิเวอรีอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเราเริ่มเห็นผู้บริโภคมีการผสมผสานการใช้ชีวิตนอกบ้านเข้ากับพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มต่างปรับตัวและพัฒนาบริการเพื่อให้สามารถตอบรับกับพฤติกรรมและบริบทที่เปลี่ยนไป สำหรับแกร็บ เราได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการพัฒนาบริการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวหลายฟีเจอร์ใหม่ อาทิ กินที่ร้าน (Dine-in) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาและรีวิวร้านอาหาร ไปจนถึงการนำเสนอดีลส่วนลดสำหรับการทานอาหารนอกบ้าน ขณะเดียวกันยังได้เน้นโปรโมตฟีเจอร์รับเองที่ร้าน (Self Pick-up) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ โดยพบว่ายอดการสั่งซื้อของทั้งสองบริการเติบโตขึ้นกว่า 23 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของซูเปอร์แอปที่มีการพัฒนาและเป็นมากกว่าผู้ให้บริการจัดส่งอาหารหรือสินค้าเท่านั้น
ทั้งนี้ แกร็บได้จัดทำรายงาน “เทรนด์การสั่งอาหารและของใช้ในบ้าน ปี 2566” เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการเดลิเวอรี ทั้งการสั่งอาหารและการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน พร้อมสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้บริการแกร็บใน 6 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยพบเทรนด์ที่สำคัญในประเทศไทย คือ 1.เทรนด์ออมนิคอมเมิร์ซ (Omnicommerce) มาแรง: ผู้บริโภคมีการใช้แอปพลิเคชันสั่งอาหารเพื่อเชื่อมต่อกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ซึ่งสะท้อนผ่าน 2 ฟีเจอร์ที่มาแรง นั่นคือ รับเองที่ร้าน (Self Pick-up) และ กินที่ร้าน (Dine-in) โดยมียอดสั่งซื้อจากทั้งสองฟีเจอร์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 เติบโตขึ้นกว่า 23 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ขณะที่ฟีเจอร์รับเองที่ร้านมียอดใช้บริการในไตรมาส 2 ของปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 140% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ 5 โอกาสที่ผู้ใช้บริการนิยมไปทานอาหารนอกบ้าน คือ เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ ทานอาหารกับครอบครัว พบปะเพื่อนฝูง ออกเดท และทานมื้อเที่ยงกับเพื่อนร่วมงาน
2.การสั่งอาหารแบบกลุ่ม (Group Order) ครองใจหนุ่มสาวออฟฟิศ: อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันในปีที่ผ่านมาคือการสั่งอาหารแบบกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่มักใช้ฟีเจอร์นี้สั่งอาหารกลางวันมาทานร่วมกันในที่ทำงาน โดยในปีนี้มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 1.8 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และผู้ใช้บริการมียอดใช้จ่ายต่อออเดอร์เพิ่มขึ้นถึง 2.2 เท่า, 3. แอปพลิเคชันสั่งอาหารกลายเป็นช่องทางสำคัญในการค้นหา (Search): จากผลสำรวจผู้ใช้บริการพบว่า แอปพลิเคชันสั่งอาหารถือเป็นช่องทางที่คนไทยนิยมใช้ในการค้นหาร้านอาหารมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง (71%) สูงกว่าช่องทางโซเชียลมีเดียหรือแม้แต่เว็บไซต์เสิร์ชเอ็นจิน ขณะที่ 95% ของผู้ใช้บริการแกร็บเลือกค้นหาร้านอาหารหรือร้านค้าใหม่ๆ เพื่อทดลองใช้บริการผ่านเมนูเสิร์ชบนแอปพลิเคชัน Grab
4.เรตติ้งและรีวิว (Rating & Review) มีอิทธิพลต่อการลองร้านใหม่: การได้รับคะแนนเรตติ้งที่ดีและมีรีวิวในเชิงบวกมีส่วนช่วยกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีให้กับร้านอาหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเรตติ้งและรีวิวกลายเป็นหนึ่งในสามปัจจัยหลักที่คนไทยใช้ประกอบการตัดสินใจเมื่อต้องการลองสั่งอาหารจากร้านที่ไม่เคยสั่งมาก่อน เพราะช่วยการันตีความนิยมและสร้างความมั่นใจในด้านรสชาติอาหารและบริการของร้านนั้นๆ
5.แพ็กเกจสมาชิก (Subscription Package) ยังคงได้รับความนิยมและเติบโตต่อเนื่อง: ปัจจุบันผู้ใช้บริการแอปพลิเคชันหันมาสมัครแพ็กเกจสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเพื่อรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า โดยเฉพาะในกลุ่ม Heavy User หรือผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูง โดยผู้ใช้แพ็กเกจสมาชิก GrabUnlimited มียอดใช้จ่ายต่อเดือนเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 2.6 เท่า และมีความถี่ในการใช้บริการต่อเดือนเพิ่มขึ้นถึง 2.1 เท่า และ 6.ผู้บริโภคยุคใหม่ใส่ใจรักษ์โลก (Environmentally conscious): คนไทยกว่า 36% ยินดีที่จะจ่ายราคาที่สูงขึ้นเพื่อสนับสนุนแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่กว่า 97% มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนแบรนด์ที่มีนโยบายการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับผู้ใช้บริการแกร็บที่เข้าร่วมกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) เพิ่มมากขึ้น 1.7 เท่า ผ่านกาาบริจาคเงิน 1 บาทในทุกการสั่งอาหารหรือสินค้าเพื่อนำไปใช้ปลูกต้นไม้
UOB ล็อคเป้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ - CH Q3/69 ส่งสัญญาณบวก
CH ชูกลยุทธ์คุมต้นทุน-ขยายตลาด
EKH ผนึกพันธมิตร ทุ่ม 270 ล้านบ. สร้าง รพ. คูน บางนา
BKIH 6 เดือนกำไรสุทธิ 2,427 ลบ. - SMO Q2 รายได้โต 3.51 พันล.
SMO โชว์งบไตรมาส 2/69 รายได้ 3,518 ล.
ATLAS เดินหน้าขยายธุรกิจ LPG เร่งเติบโตทุกมิติ