Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
SUSCO อัดงบ 400 ลบ. เดินหน้าลงทุนเสริมแกร่งธุรกิจ
MAI
สมาคมฯ maiA รุกปี 69 เพิ่มขีดแข่งขันสมาชิก
IPO
TEBP พร้อมระดมทุนเข้า mai ขาย IPO 90 ล้านหุ้น
บล./บลจ
บล.โกลเบล็ก ชี้ SET ม.ค. Sideway จับตาเลือกตั้ง–โอเปกพลัส
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ชี้กรอบเงินบาท 31.20-31.65 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ลุยมาตรการ ‘ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู’ พยุงธุรกิจภาคใต้
พลังงาน - อุตสาหกรรม
‘ไทยยูเนี่ยน’ รับการปรับเพิ่มคะแนน ESG จาก FTSE Russell
คมนาคม - โลจิสติกส์
PRM ยกระดับ Global Player สั่งลุยเรือใหม่ 6 ลำ
แบงก์ - นอนแบงก์
ไทยพาณิชย์ จับมือ FWD ประกันชีวิต เปิดฉากลุยแบงก์แอสชัวรันส์
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
คาร์ดเอกซ์ อัดมาตรการช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้
SMEs - Startup
TL ลุยกลยุทธ์ ‘Tech Ecosystem’ บอร์ดไฟเขียวเพิ่มทุนรองรับดีล M&A
ประกันภัย - ประกันชีวิต
โตเกียวมารีนประกันชีวิต เพิ่มทุน 3.3 พัน. เป้า 69 เบี้ยรวม 1.09 หมื่นล.
รถยนต์
AJA จับมือพันธมิตรจีน ขับเคลื่อนอุตฯ พลังงานสะอาด
ท่องเที่ยว
TAGTHAi จับมือ BEM หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อสังหาริมทรัพย์
SAM ปลื้ม! ลูกหนี้เข้าร่วม “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เฉียด 9 หมื่นราย
การตลาด
คิง เพาเวอร์ จับมือ บัตเตอร์แบร์ เปิดสาขาใหม่สนามบินดอนเมือง
CSR
TL ลุยกลยุทธ์ ‘Tech Ecosystem’ บอร์ดไฟเขียวเพิ่มทุนรองรับดีล M&A
Information
TEGH ส่ง EQR รับรางวัล Sustainability Laureate Award 2025
Gossip
DTCENT ยิ้มรับปีม้า! ธุรกิจ IoT Solutions ดันรายได้โตแรง
Entertainment
ออมสิน เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs
สกุ๊ป พิเศษ
อุทกภัยหาดใหญ่ : ตอกย้ำบทบาท คปภ. และความแข็งแกร่งระบบประกันภัยไทย
TIA ลุยจัด Class Action สัญจร ครั้งที่ 4 จังหวัดสุราษฏร์ธานี
2024-06-17 16:55:01
339
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – TIA ล่องใต้ จัด Class Action สัญจรครั้งที่ 4 จังหวัดสุราษฏร์ธานี ดึงทนายความอาชีพภาค 8 รวม 7 จังหวัด ร่วมอบรมการดำเนินคดีแบบกลุ่มคดีเกี่ยวกับหลักทรัพย์ รับข้อมูลและแนวทางปฏิบัติตรงจากผู้พิพากษาศาลสูง อบรมจบรับวุฒิบัตรทันทีใช้ เป็นใบเบิกทางเข้าสู่ทนายความอาชีพที่ผ่านการอบรมความรู้คดี Class Action ด้านตลาดทุน
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 นางสิริพร จังตระกุล เลขาธิการ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) เปิดเผยว่า สมาคมยังคงเดินหน้าให้ความรู้ เรื่อง การดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 4 จังหวัดที่ 4 ที่ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จาก ที่ผ่านมาดำเนินการมาแล้ว 3 จังหวัด และยังคงได้รับความสนใจจาก ทนายความอาชีพเข้าร่วมอบรบเกือบ 100 รายซึ่งรวมกับการสัญจรที่ผ่านมา มีทนายความอาชีพ ผ่านการอบรมเกือบ 500 กว่าคนแล้ว และคาดหวังว่า การฟ้องคดีแบบกลุ่ม - Class Action” จะเป็นเครื่องมือในการปกป้องนักลงทุนที่ให้ได้รับความไม่เป็นธรรมจากการลงทุน
“การจัดสัญจรปีนี้ ทาง TIA ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณทั้งหมดจาก กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เป้าหมายของการจัดสัญจรให้ความรู้เชิงลึกทั้งทางทฤษฎีและแนวทางปฎิบัติและการนำมาใช้ในอาชีพจริง ให้กับทนายความอาชีพทั่วประเทศไทย ในการนำกฎหมาย Class Action มาใช้ในตลาดทุนไทย เพื่อเป็นเครื่องมือในการดูแลและปกป้องนักลงทุน ดังนั้นการเติมความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ เพื่อเป็นส่วนสำคัญให้การบังคับใช้กฏหมายให้มีประสิทธิภาพ” นางสิริพร กล่าว
นอกจากนี้ การมาสัญจรที่สุราษฏร์ธานีซึ่งครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัดและมีบริษัทหลักทรัพย์(บล) มาเปิดห้องค้า12 แห่ง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีนักลงทุนและมีการลงทุนดั งนั้นการให้ความรู้ Class Action กับทนายความจะเป็นกลไกในการดูแลนักลงทุนได้
ด้านนายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า การเดินสายสัญจรให้ความรู้เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกองทุน และการสัญจรให้ความรู้เรื่อง Class Action ถือว่าเป็นการต่อยอดและสร้างองค์ความรู้ ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องและทำให้การดำเนินคดีแบบกลุ่มมีประสิทธิภาพได้
“กองทุนเราตั้งมา 2562 ผ่านมา 5 ปี แล้วเราเป็นองค์กรอิสระ และมีภารกิจสำคัญ 4 ข้อ และการให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดทุนต่อบุคคลทั่วไปเป็นหนึ่งในภารกิจหลักด้วย เพื่อได้นำไปปกป้องและดูแลนักลงทุนได้” นายจักรชัย กล่าว
นายวันชัย บุญฤทธิ์ ประธานสภาทนายความ จังหวัดสุราษฏร์ธานี กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ TIA ที่มาสัญจร ภาคใต้ตอนบน นำความรู้มาเผยแพร่ และเป็นเรื่องใกล้ตัวและนำความรู้ที่เกิดขึ้นมาเป็นประโยชน์ในอาชีพ เติมความรู้ใหม่ให้กับทนายความ เพราะอาวุธเราคือความรู้ที่ต้องมี และนำไปประกอบอาชีพได้และนี้คือโอกาสดีที่จะได้เติมความรู้ใหม่ๆเรื่อง Class Action ให้กับอาชีพ
ขณะที่นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล รองประธานศาลอุธรณ์ ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้บรรยายให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคดีกลุ่มกับทนายอาชีพที่เข้าร่วมอบรมว่า บทบาทของกฎหมาย ClassAction จะมีความสำคัญมากขึ้นในยุคนี้ที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ ซึ่งประเทศไทยเรามีกฎหมายนี้มาตั้งแต่ปี 2558 ดังนั้นการที่ TIA จัดโครงการอบรมถือเป็นเรื่องที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม คดีที่จะเข้าลักษณะการดำเนินคดีแบบกลุ่ม คือ สิทธิผู้บริโภค ,หลักทรัพย์และการแข่งขันทางการค้า ,สิ่งแวดล้อม ,คดีละเมิดที่มีผู้เสียหายจำนวนมากและสิทธิพลเมือง เป็นต้น ขณะที่กลุ่มบุคคลที่จะเข้าลักษณะการดำเนินคดีแบบกลุ่ม คือบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปไม่จำกัดจำนวนสูงสุด สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยต้องเหมือนกัน อาศัยข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเดียวกัน ความเสียหายของแต่ละคนไม่เหมือนและไม่เท่ากันได้
“นับตั้งแต่เริ่มที่จะดำเนินคดีแบบกลุ่มขอแนะนำให้ทำรายละเอียดทั้งหมดของกลุ่มบุคคลที่เข้ามา และทำรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการทำคดีทั้งหมด เพราะเมื่อถึงวันที่ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ประเด็นเหล่านี้ก็ต้องพร้อมที่จะเปิดเพื่อการพิจารณา เพราะตามกฎหมายนั้นผลตอบแทนของคดีที่จะได้รับ 30% ของมูลฟ้องนั้นทนายความจะต้องถูกนำมาพิจารณาทั้งหมด” นายพงษ์เดช กล่าว
ด้านนายชลวัชร อัศวพิริยอนันต์ รองเลขานุการศาลฏีกา กล่าวว่า การดำเนินคดีแบบกลุ่มจะมีประโยชน์โดยรวมมากเพราะเป็นการดำเนินการครั้งเดียวแต่คำพิพากษาจะครอบคลุมทั้งหมด ทั้งผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกกลุ่ม และไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม บนสิทธิ และข้อเท็จจริงเหมือนกัน ภายใต้หลักกฎหมายเดียวกัน รวมทั้งมีระยะเวลาที่เร็วกว่าและค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการดำเนินคดีตามขบวนการปกติ เพราะคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ถือว่าเป็นที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีหลักทรัพย์จะมีลักษณะความผิด 2 ลักษณะคือ ผิดสัญญาที่จะครอบคลุมทั้งเรื่องของหุ้น และหุ้นกู้ที่ออกแล้วผู้ออกไม่ทำตามสัญญา ส่วนการละเมิดนั้นคือการบอกกล่าวข้อมูลอันเป็นเท็จ และข้อมูลที่เป็นถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์นำไปเผยแพร่ต่อทำให้เกิดการเข้าใจผิด การสร้างราคาและปั่นหุ้น สามารถดำเนินคดีแบบกลุ่มได้
นอกจากนี้การดำเนินคดีแบบกลุ่มในคดีหลักทรัพย์ การแบ่งกลุ่มเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำคดีซึ่งในกรณีซื้อขายหลักทรัพย์จะแบ่งได้ 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มคนที่เข้าซื้อหุ้น และยังคงถือหุ้นอยู่เต็มจำนวนที่ซื้อ, 2.กลุ่มที่เข้าซื้อก่อน และระหว่างทางมีการขายออก แต่ไม่ได้ขายทั้งหมดและยังมีหุ้นถืออยู่ ซึ่งกลุ่มนี้จะมีความยากในการคิดและประเมินมูลค่า และ 3. ขายหุ้นออกทั้งหมดแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนิติบุคคลที่เข้าลงทุนหุ้นที่มีปัญหาซึ่งกลุ่มนี้จะมีการจัดการเพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการจัดการก่อนเมื่อเห็นว่าเกิดปัญหา
SUSCO อัดงบ 400 ลบ. เดินหน้าลงทุนเสริมแกร่งธุรกิจ
SCB คลอดประกันสะสมทรัพย์ - SET ปิดสิ้นปี 68 ร่วง 10%
SET ปิดปี 68 ร่วง 10% บาทแข็ง - การเมืองกดดัน
TSE จ่อออกหุ้นกู้ชุดใหม่ เคาะดอกเบี้ยคงที่ 5.20% ต่อปี
PTECH เล็งเพิ่มทุน 183 ล้านหุ้น - ITC โบรกฯ แนะ Trading เป้า 18.20 บ.
PTECH เล็งชงแผนขายหุ้นเพิ่มทุน 183 ล้านหุ้น