Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
COCOCO รุกตลาด ตปท. ร่วมงาน SIAL Paris 2026 ขยายฐานลูกค้า
MAI
DOD ลุยส่งออเดอร์โค้งท้ายปี
IPO
PLAY26 ยื่นไฟลิ่ง ขาย IPO 3 ล้านหุ้น
บล./บลจ
“ทรีนีตี้” เปิดเวที Future Finance Innovation Hackathon 2026
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 33.25-33.65 บ. ชี้ดอลลาร์เข้าโหมดปรับฐาน
การค้า - พาณิชย์
KGP ผนึก สสว. หนุนผู้ประกอบการติดสปีดธุรกิจออนไลน์
พลังงาน - อุตสาหกรรม
INNOPOWER จับมือ EECO เปิด Clean Energy Roadmap
คมนาคม - โลจิสติกส์
KCLIMATE 1.5 จับมือ มิชลิน - ThaiCBN ขับเคลื่อนการขนส่งอย่างยั่งยืน
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY คว้ารางวัล Marketing & Brand Initiative of the Year – Thailand
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD ปันผลระหว่างกาลหุ้น 0.35 บาท จ่าย 21 ต.ค.69
SMEs - Startup
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
ประกันภัย - ประกันชีวิต
คปภ. แจงขั้นตอนแจ้งเคลม “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”
รถยนต์
Continental Tyres ผนึก FIT Auto ขยายตลาดเมืองไทย
ท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “MuslimGo” ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวมุสลิมระดับโลก
อสังหาริมทรัพย์
SAM ขยายพื้นที่ช่วยลูกค้าประสบภัยน้ำท่วม พักเงินต้น – ดอกเบี้ย
การตลาด
โก โฮลเซลล์ สานต่อ “GO Food ส่งสุขให้ทุกรอยยิ้ม” ปีที่ 2
CSR
SO จับมือ ส.โปรแกรมเมอร์ไทย ปั้น Digital Talent
Information
เลขาธิการ คปภ. ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร FALIA จากญี่ปุ่น หารือความร่วมมือด้านการประกันภัย
Gossip
NCP เปิดศูนย์ Telesales แห่งที่ 5
Entertainment
มูลนิธิกสิกรไทย ผนึกผู้นำระดับโลก ร่วมกำหนดอนาคตการกุศลแห่งเอเชีย
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ผ่านความแข็งแกร่ง ชู Non-Oil ธงนำ
CIS ชี้ตลาดหุ้นจีนส่อปรับฐาน แนะซื้อลงทุนระยะยาว
2024-10-08 20:47:09
406
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – CIS ส่องตลาดหุ้นจีนมีโอกาสปรับฐานในเร็ว ๆ นี้ หลังราคาดีดขึ้นมาแรงและนักลงทุนอาจเปลี่ยนไปจับตานโยบายด้านการคลังที่อาจจะตามมาภายหลัง รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น มองเป็นโอกาสลงทุนระยะยาว
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 นายณพวีร์ พุกกะมาน นักลงทุนและผู้ก่อตั้ง Creative Investment Space (CIS) สถาบันให้ความรู้ด้านนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ เปิดเผยว่า มองตลาดหุ้นจีนอาจเข้าสู่การปรับฐานในเร็ว ๆ นี้ จากปัจจัยลบที่เข้ามากดดันตลาดตลอดเดือนตุลาคม หลังราคาตลาดหุ้นจีนพุ่งแรงในช่วงสั้นจนสัญญาณทางเทคนิคบอกว่าเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) ทำให้มีโอกาสสูงที่จะมีแรงเทขายในช่วงสั้น
ขณะที่นโยบายด้านการเงินที่รัฐบาลจีนสั่งการลงมาทั้งในด้านของการลดดอกเบี้ยเงินกู้อสังหาริมทรัพย์ การลดเงินสำรองของธนาคาร ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าเศรษฐกิจจีนจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง แต่อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กลับไปอยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อนักลงทุนซึมซับกับนโยบายการเงินไปหมดแล้วอาจมีการเทขายทำกำไรในตลาดหุ้น นอกจากนี้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะมีผลต่อตลาดหุ้นจีน โดยเฉพาะหากโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี เพราะมีจุดยืนนโยบายต่างประเทศที่กีดกันธุรกิจจากจีนเป็นหลัก
“ตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมาในครั้งนี้อาจจะเป็นการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่หากจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างเต็มตัวจำเป็นจะต้องมีนโยบายอื่นเข้ามาสนับสนุน โดยสำนักข่าวต่างประเทศเริ่มให้น้ำหนักว่ารัฐบาลจีนอาจจะออกนโยบายทางการคลังเข้ามาเสริม ซึ่งน่าจะเป็นแรงผลักดันที่มากพอทำให้ตลาดหุ้นจีนกลับมามีแนวโน้มขาขึ้นอย่างเต็มตัว” นายณพวีร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเดือนต.ค.นี้ ผู้ที่ถือหุ้นจีนมาตั้งแต่ต้นทางอาจพิจารณาขายทำกำไรออกไปก่อนบางส่วนเพื่อล็อคกำไร ส่วนผู้ที่ยังไม่มีหุ้นจีนเลยอาจอาศัยจังหวะที่ตลาดปรับฐานทยอยเข้าสะสมหุ้นพื้นฐานดี เพื่อลงทุนระยะยาวมากกว่าหนึ่งปีขึ้นไปได้ โดยมองว่าตลาดหุ้นจีน หากสามารถกลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างเต็มตัวจะปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องหลายเดือน
ด้านอุตสาหกรรมที่น่าสนใจในการลงทุน มองกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ถือว่าปรับตัวขึ้นได้แรงที่สุดจากนโยบายของรัฐบาลที่ออกมานั้นส่งผลดีต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด อย่างไรก็ตามกลุ่มเทคโนโลยีถือว่าปรับตัวขึ้นมาได้แรง โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนทั้งในจีนและสหรัฐฯ อย่าง Alibaba, Baidu, Pinduoduo ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ อย่าง Yum China ก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน
สำหรับสินทรัพย์อื่นให้จับตากรณีอิหร่านและอิสราเอลเกิดความตึงเครียดระหว่างกันอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และล่าสุดราคาดีดตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ถ้าหากสามารถผ่านแนวต้านที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ อาจจะกลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้เช่นกัน
ขณะที่ “บิทคอยน์” มีโอกาสจะเป็นขาขึ้นตลอดไตรมาส 4/2567 นี้ จากสถิติในอดีต ปีที่เกิด Bitcoin Halving ราคาบิทคอยน์จะสร้างผลตอบแทนได้อย่างดีตลอดสามเดือนสุดท้ายของปี โดยบิทคอยน์ได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มปรับลดดอกเบี้ยลง และนโยบายการหาเสียงของผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มุ่งส่งเสริมด้านคริปโต โดยสามารถสะสมได้ที่แนวรับ 60,000 ดอลลาร์ และมีเป้าหมายในช่วงสิ้นปีนี้ที่ระดับ 80,000 ดอลลาร์
ในส่วนของตลาดหุ้นไทยมีโอกาสสูงที่จะสิ้นสุดแนวโน้มขาลง โดยมีปัจจัยหนุนจากการตั้งกองทุนรวมวายุภักษ์เข้ามาประคองตลาด แต่ยังไม่สามารถคาดหวังการกลับมาเป็นขาขึ้นได้อย่างเต็มตัว โดยยังต้องจับตาการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไป และต้องคัดเลือกหุ้นที่จะเข้าลงทุนเป็นรายตัว โดยกลุ่มที่น่าสนใจคือการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลบวกจากช่วงไตรมาสสี่ที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสูงที่สุด
ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทุนหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มลดดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในระยะยาวจะส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่าง ๆ แต่ระยะสั้นตลาดยังกังวลเรื่องของภาวะเศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่จะประกาศออกมาหลังจากนี้ แต่ในภาพรวมถือว่าทั้งตลาดหุ้น ทองคำ สินทรัพย์ดิจิทัล จะมีแนวโน้มที่สดใสในช่วงไตรมาส 4/2567
COCOCO รุกตลาด ตปท. ร่วมงาน SIAL Paris 2026 ขยายฐานลูกค้า
UNIX ลุยอัพกำลังผลิต เริ่มบุ๊กรายได้ Q4/69
NER โบรกฯ อัพเป้า 7.20 บ. แนะ 'ซื้อ' - ศุภาลัย รุก Sports Marketing
BLA ปักเป้าเบี้ยรับรวมโต 5% - STARM ออก 4 มาตรการ ช่วยลูกค้าน้ำท่วม
STARM เร่ง 4 มาตรการ ช่วยลูกค้าฝ่าน้ำท่วม
EKH โบรกฯ อัพเป้า 6.20 บ. - QUICK นลท.จองซื้อ IPO เกลี้ยง