Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
JAS ทุ่ม 2.3 พันลบ. คว้าลิขสิทธิ์ FIFA ในไทยยาวถึงปี 2030
MAI
MOTHER ปักหมุดสาขาเพิ่ม เริ่มบุ๊กรายได้ Q2
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
ตลท. ชวนร่วมงาน SET in the City 2026
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
BAY ประเมินกรอบเงินบาท 32.50-33.10 หลังจ้างงานสหรัฐฯแกร่ง
การค้า - พาณิชย์
คต.บุกหาดใหญ่ เปิดเวที “FTA GO!” ติดอาวุธผู้ส่งออกรับมือพายุการค้าโลก
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ซีอีโอ EASTW ย้ำการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึง ESG-ประชาชน
คมนาคม - โลจิสติกส์
SINO เปิดเพิ่ม 2 คลังสินค้าให้เช่า ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง
แบงก์ - นอนแบงก์
LH Bank รุกเงินฝากดอลลาร์ออสเตรเลีย รับดอกเบี้ยสูงสุด 5.00%
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
Orbix Technology ผนึกพันธมิตร ลุยพัฒนา Climate Solution
ประกันภัย - ประกันชีวิต
วิริยะประกันภัย จัดอบรมใบขับขี่รอบภูมิภาค จ.นครนายก
รถยนต์
“เอ็กซ์เผิง” ผนึกกำลัง “MMS” เปิดตัว ‘MMS Body and Paint’ ราชพฤกษ์
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
A5 อวดศักยภาพ “CINQ ROYAL” กวาดยอดขาย 70%
การตลาด
SVT เปิดขาย “ข้าวหอมปทุมคาร์บอนต่ำ” ผ่านตู้ SUN Vending
CSR
Orbix Technology ผนึกพันธมิตร ลุยพัฒนา Climate Solution
Information
FPI ติดอันดับ Top 15% S&P Global Sustainability Yearbook 2026
Gossip
WP หุ้นพื้นฐานดี! Yield ปันผลสูง 8.57%
Entertainment
เริ่มแล้ว! “ออมสิน YOUTH SPORTS FESTIVAL 2026”
สกุ๊ป พิเศษ
บ้านปู ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI และพลังงานสะอาด
กนง. มติ 5:2 คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อปี
2025-10-08 15:13:06
356
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - กนง. ประชุมวันที่ 8 ต.ค. 68 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยมี 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปี โดย กนง. เห็นว่านโยบายการเงิน ควรอยู่ในระดับผ่อนคลาย เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมทั้งมองเศรษฐกิจไทยในปี 68 และ 69 มีแนวโน้มขยายตัว 2.2% และ 1.6% ตามลำดับ
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี โดยมี 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปี โดย กนง.เห็นว่า เศรษฐกิจในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่เคยประเมินไว้ โดยภาคส่งออกเริ่มได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ขณะที่การท่องเที่ยวและอุปสงค์ในประเทศมีแนวโน้มชะลอลงก่อนจะทยอยฟื้นตัวในระยะข้างหน้า ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากราคาในหมวดพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณการปรับลดลงของราคาสินค้าเป็นวงกว้าง ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวและคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง
คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งการลดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจ โดยกรรมการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงินภายใต้ขีดความสามารถของนโยบายการเงิน(policy space) ที่มีจำกัด จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาด้านสภาพคล่องและภาระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง
ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 2.2% และ 1.6% ตามลำดับ โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวดีตามที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งผลิตและส่งออกไปยังสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 และปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลงจากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจะทยอยฟื้นตัว อีกทั้งการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ในระดับหนึ่งโดยได้รับแรงส่งเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รวมถึงการส่งออกหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามผลกระทบที่ชัดเจนของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ความต่อเนื่องของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และการปรับตัวของธุรกิจ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และต้นทุนทางการเงิน
ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 และ 2569 มีแนวโน้มลดลงมาอยู่ที่ 0.0% และ 0.5% ตามลำดับ แต่คาดว่าจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงต้นปี 2570 โดยเงินเฟ้อที่ปรับลดลงเป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ โดยเฉพาะจากราคาน้ำมันดิบโลกและมาตรการลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ รวมถึงราคาอาหารสดที่ปรับลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการส่วนมากที่ยังปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2568 และ 2569 อยู่ที่ 0.9% ทั้ง 2 ปี และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (headline inflation expectations) ในระยะปานกลางของภาคเอกชนยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามพัฒนาการของราคาสินค้าและบริการเพื่อประเมินความเสี่ยงของภาวะเงินฝืดในระยะต่อไป
JAS ทุ่ม 2.3 พันลบ. คว้าลิขสิทธิ์ FIFA ในไทยยาวถึงปี 2030
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ล.
JAS ทุ่ม 2.3 พันล.ลุยบอลโลก - GUNKUL เดินหน้า Energy Transition
FETCO ดัชนีเชื่อมั่น 3 เดือนหน้า “ร้อนแรงอย่างมาก”
NL คว้าบิ๊กโปรเจกต์ มูลค่า 3,285 ล้านบ.
IRPC ออกหุ้นกู้ 3 ชุด เคาะดอกเบี้ย 2.70-3.65% ต่อปี