Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
PTG - กาแฟพันธุ์ไทย คว้า 'สินค้าและบริการแห่งปี 69' - SO ใช้ MOBIX บริหาร “คน-รถยนต์-งาน”
MAI
READY เปิดตัว Hotel Loyalty by Pointspot ปลดล็อกโรงแรมไทย
IPO
PLAY26 ลุยระดมทุน LiVEx ปูทางเข้า mai
บล./บลจ
กบข. ร่วมก่อตั้ง CAJIC เชื่อมเครือข่ายลงทุนจีน–อาเซียน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 33.00-33.60 บ./ดอลลาร์ จับตาราคาน้ำมันโลก
การค้า - พาณิชย์
บสย. จับมือพันธมิตร ลุยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส”
พลังงาน - อุตสาหกรรม
INNOPOWER ผนึก EECO หนุนอุตฯ EEC มุ่งสู่ Carbon Neutrality
คมนาคม - โลจิสติกส์
PROSPECT REIT เคาะปันผล 0.1400 บ. ลุยเปิดจองซื้อหน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 3
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK หนุนสินเชื่อพลิกโฉมโรงแรมนารายณ์ สู่แลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสีลม
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD ปันผลระหว่างกาลหุ้น 0.35 บาท จ่าย 21 ต.ค.69
SMEs - Startup
Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต เปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “MuslimGo” ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวมุสลิมระดับโลก
อสังหาริมทรัพย์
ศุภาลัย ชวนเลือกบ้านที่ใช่ บนทำเลรังสิต คลอง 3
การตลาด
“ไอคอนสยาม” ปิดฉากเวทีการแข่งขัน TICC 2026
CSR
Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น
Information
EXIM BANK เข้าเยี่ยมคารวะเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
Gossip
QUICK ชวนนักลงทุนร่วมงาน IPO Roadshow 28 ก.ย. นี้
Entertainment
TTB ส่ง "รุ่นพี่การเงิน" สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้เยาวชนไทย
สกุ๊ป พิเศษ
ซิกเว่ แบ่งปันมุมมอง ขับเคลื่อนศก.ไทยด้วย 'หลัก AI ที่มีความรับผิดชอบ'
กนง. มติเอกฉันท์ ลดดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.25% ต่อปี
2025-12-17 16:14:15
327
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เป็น 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2568, 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัว 2.2%, 1.5% และ 2.3% ตามลำดับ
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ว่า คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.50% เป็น 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที
โดย กนง.เห็นว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 และปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากครึ่งแรกของปี 2568 ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามแนวโน้มรายได้ และภาคส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำตามราคาพลังงานและอาหารสดเป็นสำคัญ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์มีจำกัดในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวและคุณภาพสินเชื่อกลุ่มเปราะบางยังด้อยลง โดย SMEs ถูกกดดันด้านสภาพคล่องจากทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อและการแข็งค่าของเงินบาท
"คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินสามารถผ่อนคลายเพิ่มเติมได้ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนและมีความเสี่ยงมากขึ้น เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิผลของมาตรการทางการเงินและนโยบายอื่นของภาครัฐ จึงเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้" นายสักกะภพ กล่าว
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในปี 2568 2569 และ 2570 มีแนวโน้มขยายตัว 2.2%, 1.5% และ 2.3% ตามลำดับ โดยเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปีนี้ ชะลอลงจากปัจจัยชั่วคราวในภาคการผลิต จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะใกล้ที่ลดลง รวมทั้งสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปจนถึงช่วงต้นปีหน้า สำหรับเศรษฐกิจในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำลงจากปีนี้ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามรายได้ และการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว
เศรษฐกิจในปี 2570 มีแนวโน้มฟื้นตัวแต่ยังต่ำกว่าศักยภาพ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของภาคบริการ ขณะที่การส่งออกสินค้าและภาคการผลิตยังถูกกดดันจากการแข่งขันที่สูง ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความเสี่ยงจากมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจมีเพิ่มเติม ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขันและการเข้าถึงสินเชื่อ คณะกรรมการฯ เห็นว่าเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำส่วนหนึ่งเป็นผลจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 2569 และ 2570 ปรับลดลงเทียบกับประมาณการเดิม โดยมีแนวโน้มอยู่ที่ -0.1%, 0.3% และ 1.0% ตามลำดับ และคาดว่าจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 โดยอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำเป็นผลจากราคาพลังงานโลกที่ปรับลดลงและมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพของภาครัฐ รวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ที่มีจำกัด ทั้งนี้ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2568 2569 และ 2570 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ที่ 0.8%, 0.8% และ 1.0% ตามลำดับ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางลดลงเล็กน้อยแต่ยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงิน ปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน อย่างไรก็ดี สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งสะท้อนการชะลอการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชนภายใต้ความไม่แน่นอนสูง ขณะที่สถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูงโดยเฉพาะ SMEs และครัวเรือนกลุ่มรายได้ต่ำ คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการขยายตัวของสินเชื่อและสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง
ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับแข็งค่าอยู่ในกลุ่มนำสกุลภูมิภาคตามการปรับคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยเฉพาะของไทย คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ยกระดับการติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมถึงพิจารณาแนวทางดำเนินการกับธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ เห็นว่า นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยจะติดตามพัฒนาการและความเสี่ยงเศรษฐกิจการเงินและพร้อมปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะเดียวกันควรคำนึงถึงการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินในระยะยาว และขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีจำกัดในการรองรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
PTG - กาแฟพันธุ์ไทย คว้า 'สินค้าและบริการแห่งปี 69' - SO ใช้ MOBIX บริหาร “คน-รถยนต์-งาน”
PTG - กาแฟพันธุ์ไทย คว้ารางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 69
SO เปิดตัว “MOBIX” บริหาร “คน-รถยนต์-งาน”
TSE ชิงงาน Solar Community – Direct PPA เพิ่มกำลังผลิต 100 MW
COCOCO โบรกฯ แนะ 'ซื้อ' เป้า 8.00 บ. - UNIX จ่อเดินเครื่องจักรใหม่
COCOCO เร่งเครื่องตลาดตปท. ขยายฐานลูกค้าหนุนโต