Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
PTG โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้าสูง 9.80 บ./หุ้น - DOD ปรับกลยุทธ์ ขอคืนมัดจำ 63 ล.
MAI
DOD เรียกคืนเงินมัดจำกว่า 63 ล้านบ. ปลดล็อกความเสี่ยง
IPO
FLE เคาะราคา IPO หุ้นละ 1.23 บาท
บล./บลจ
TFEX ชวนมือใหม่ ไขสูตรลงทุน หุ้น-ทอง-ค่าเงิน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC อัพเป้าศก.ไทยโต 2.2% รับแรงส่งภาคอิเล็กทรอนิกส์
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
BANPU ขับเคลื่อนกลยุทธ์ “Energy Symphonics”
คมนาคม - โลจิสติกส์
TPL ปรับโครงสร้างลงตัว ครึ่งปีแรก 69 รายได้รวม 700.1 ล้านบ.
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK ปรับโฉมบัตรเดบิต ตั้งเป้ายอดบัตรใหม่กว่า 2 ล้านใบ
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR ขยายแหล่งเงินทุนสู่ตปท. ออกหุ้นกู้ 16,500 ล้านเยน
SMEs - Startup
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
ประกันภัย - ประกันชีวิต
ไทยประกันชีวิต เปิดตัวแคมเปญ “BEHIND THE GOOD LIFE”
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
Atome จับมือ Agoda เปิดแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบสิทธิ์พักโรงแรมหรู
อสังหาริมทรัพย์
BAM โชว์ผลเรียกเก็บ Q2 โต 16% ทะลุ 3.5 พันลบ.
การตลาด
“โก โฮลเซลล์” ต่อยอด “สติ๊กเกอร์ แปะอะไรก็ลด” หนุนยอดซื้อเพิ่ม 30%
CSR
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน 3 สตาร์ทอัพตัวท็อประดับ Global
Information
QTC มอบอุปกรณ์การแพทย์แก่ รพ.สต.มาบยางพร
Gossip
นักลงทุนแห่จองซื้อหุ้นไอพีโอ FLE เกลี้ยง!
Entertainment
ทีทีบี ชวนคนไทยรู้ทัน “บัญชีม้า” ก่อนตกเป็นเหยื่อและผู้ต้องสงสัย
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ศักยภาพแข็งแกร่งระดับภูมิภาค
อเบอร์ดีน ส่ง ‘ABGEM’ ตอบโจทย์ลงทุนตลาด EM
2026-02-23 19:41:25
254
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – บลจ.อเบอร์ดีน ประเมินตลาดเกิดใหม่จ่อทำผลงานโดดเด่นปี 69 คาดกำไรโตต่อเนื่อง รวมทั้งมูลค่าหุ้นยังถูก รับแรงหนุนวัฏจักรการลงทุนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดกำไรต่อหุ้นโต 18%
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง Head of Equities – Asia Pacific บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) หรือ ABDRN เปิดเผยว่า ตลาดเกิดใหม่ (EM) เปิดปี 2569 ด้วยโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวสูงขึ้น อีกทั้งแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนทั่วโลก (capex cycle) ที่กลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI การผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกระจายเม็ดเงินและผลกำไรเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ (resources) และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy‑transition)
ทั้งนี้ ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานเหนือความคาดหมายในปี 2568 โดยดัชนี MSCI EM ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 โดยปรับตัวขึ้น 34% เมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) [1] ขณะเดียวกัน ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์คาดว่า อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของ MSCI EM โตประมาณ 18% ในปี 2569 สูงกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 ที่ 14.8% และ MSCI World ที่ 12% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อทิศทางกำไรของตลาดเกิดใหม่ในปีนี้
ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย Forward P/E ของตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า เมื่อเทียบกับ 26 เท่า ของ S&P 500 และ 24 เท่า ของ MSCI World [2] ความแตกต่างด้านมูลค่านี้สะท้อนโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นกว่า ในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วกำลังเผชิญระดับราคาหุ้นที่สูงและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ทำให้ตลาดเกิดใหม่กลายเป็นตลาดที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าของผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk‑reward opportunity) ได้ดีกว่าในจังหวะเวลานี้
“วันนี้ตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่มากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทั้งกำไรที่เติบโตเหนือกว่า และมูลค่ายังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ผนวกกับเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่จุดแข็งของภูมิภาคนี้ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ทำให้เส้นทางการเติบโตปีนี้ชัดและมั่นคงขึ้นมาก ขณะที่เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน เราพบว่าตลาดเกิดใหม่แข็งแกร่งขึ้น มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สกุลเงินเสถียรขึ้น และแนวโน้มโอกาสการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ตอกย้ำว่าเฟสถัดไปของการเติบโตเศรษฐกิจโลกกำลังก่อตัวขึ้นในตลาดเกิดใหม่” นางสาวพฤกษา กล่าว
ทั้งนี้ เอเชียยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ (EM) จากความแข็งแกร่งของระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบทบาทที่ยาวนานในซัพพลายเชนโลก เกาหลีและไต้หวันยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ขยายตัวในสินค้าเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ทั้งเมมโมรี อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ทั้งสองตลาดมีฐานรายได้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของวัฏจักรเทคโนโลยีโลกได้อย่างแข็งแรง สำหรับจีน แม้การบริโภคและตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน แต่จีนยังคงโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง และระบบ AI ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่อินเดีย เปิดฉากปี 2569 ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น แม้ในปี 2025 จะถูกปรับประมาณการกำไรลง ภายใต้แรงกดดันจากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง ผนวกกับความอ่อนแอของภาค IT แต่อินเดียยังคงเป็นประเทศที่เห็นการเติบของกำไรต่อหุ้นที่ระดับ 10% สะท้อนความแข็งแรงของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับปี 2569 คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นอินเดียจะเร่งตัวขึ้นแตะที่ 16% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็วและแข็งแรง เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตโดดเด่นของโลก ทั้งสองปัจจัยนี้สร้างความสมดุลให้กับอินเดียมากขึ้น[3] รวมถึงข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียที่เพิ่งประกาศ ได้ช่วยขจัดปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นอินเดีย เนื่องจากความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ เคยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นอินเดียในปีที่ผ่านมา
ในส่วนของละตินอเมริกายังคงมีโอกาสลงทุน แต่จะเน้นเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพเติบโต สอดคล้องกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า และการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรม แม้ภูมิภาคจะยังเผชิญความผันผวนทางการเมืองในประเทศสำคัญอย่างบราซิล โคลอมเบีย เปรู คอสตาริกา และอาร์เจนตินา แต่ละตินอเมริกายังคงโดดเด่นด้วยทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งทองแดงและยูเรเนียม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการแร่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เม็กซิโกได้รับแรงหนุนจากการเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับสหรัฐฯ ที่ลึกขึ้น และมีโอกาสที่ประเทศอื่นจะตามมาเมื่อการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเดินหน้าต่อไป
ทั้งนี้ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ (ABGEM) ความเสี่ยงระดับ 6 ก้าวไปพร้อมเทรนด์เติบโตในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกกับโอกาสลงทุนในบริษัทคุณภาพสูง ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Emerging Markets Equity Fund (Master Fund) โดยใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นคุณภาพของอเบอร์ดีนที่เฟ้นหาบริษัทซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ มีโมเดลธุรกิจที่ได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และผลงานพิสูจน์ได้ พร้อมด้วยฐานะการเงินแข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรที่ดี รวมถึงให้ความสำคัญต่อโอกาสและบริหารความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
โดยกลยุทธ์ของกองทุนหลักให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตเชิงโครงสร้างที่มีศักยภาพระยะยาว (structural winners) ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียเหนือ หุ้นที่เกี่ยวข้องเทรนด์การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก โดยผลการดำเนินงานในปี 2025 ของกองทุนหลักได้แรงหนุนหลักจากการคัดเลือกหุ้นรายตัว (stock selection) โดยเฉพาะในไต้หวันและเกาหลี
ขณะที่ผู้จัดการกองทุนมีการปรับพอร์ตอย่างรอบคอบ โดยลดน้ำหนักหุ้นที่ราคาปรับขึ้นไปไกลหรือมีความเสี่ยงด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น และนำเงินไปเพิ่มน้ำหนักในบริษัทที่มีอำนาจในการกำหนดราคา (pricing power) มีงบดุลที่มั่นคง และมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะยาว ด้วยการจัดพอร์ตที่โฟกัสธีมสำคัญในระยะยาวหนุนให้กองทุนหลักของ ABGEM อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรับโอกาสเติบโตระลอกถัดไปของตลาดเกิดใหม่
PTG โบรกฯ เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้าสูง 9.80 บ./หุ้น - DOD ปรับกลยุทธ์ ขอคืนมัดจำ 63 ล.
กูรูเชียร์ “ซื้อ” PTG เคาะเป้าสูงสุด 9.80 บ./หุ้น
RATCH ดัน EBITDA ทั้งปี 1.5 หมื่นล. - WICE รุก AI อัพรายได้โต 15%
CIVIL ลุ้นงานเพิ่ม 4 พันลบ. เสริมแกร่ง Backlog
RATCH ทุ่มงบลงทุน 1 หมื่นลบ. ดัน EBITDA ปีนี้แตะ 1.5 หมื่นลบ.
WICE ผนึก AI ยกระดับบริการ ดันรายได้โต 15%