Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
PCE กูรูเชียร์ “ซื้อ” เป้า 2.60 บ. - BBL คลอด 2 โปรดักส์ใหม่
MAI
MOTHER ปักหมุดสาขาเพิ่ม เริ่มบุ๊กรายได้ Q2
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
บล.โกลเบล็ก ชี้หุ้นไทยรับอานิสงส์สงครามคลี่คลาย
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
BAY ประเมินกรอบเงินบาท 32.50-33.10 หลังจ้างงานสหรัฐฯแกร่ง
การค้า - พาณิชย์
คต.บุกหาดใหญ่ เปิดเวที “FTA GO!” ติดอาวุธผู้ส่งออกรับมือพายุการค้าโลก
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ซีอีโอ EASTW ย้ำการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึง ESG-ประชาชน
คมนาคม - โลจิสติกส์
SINO เปิดเพิ่ม 2 คลังสินค้าให้เช่า ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง
แบงก์ - นอนแบงก์
ออมสิน จับมือ 10 บลจ. หนุนคนไทยลงทุนต่อยอดเงินออม
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
Orbix Technology ผนึกพันธมิตร ลุยพัฒนา Climate Solution
ประกันภัย - ประกันชีวิต
วิริยะประกันภัย จัดอบรมใบขับขี่รอบภูมิภาค จ.นครนายก
รถยนต์
“เอ็กซ์เผิง” ผนึกกำลัง “MMS” เปิดตัว ‘MMS Body and Paint’ ราชพฤกษ์
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
ORN ชู “Green Building” แต้มต่ออสังหาฯ ยุคใหม่
การตลาด
โก โฮลเซลล์ จับมือพันธมิตร ช่วยผู้ประกอบการ “ลดต้นทุนเพิ่มกำไร”
CSR
Orbix Technology ผนึกพันธมิตร ลุยพัฒนา Climate Solution
Information
ตลท. ร่วมเวที 2026 Global Investor Conference ที่เซินเจิ้น
Gossip
PCE รุกวางรากฐานสู่การเติบโตยั่งยืน
Entertainment
CIMBT เปิดตัว ‘CIMB THAI ARTISM’ การประกวดงานศิลปะบุคคลผู้มีภาวะออทิซึม
สกุ๊ป พิเศษ
บ้านปู ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI และพลังงานสะอาด
อเบอร์ดีน ส่ง ‘ABGEM’ ตอบโจทย์ลงทุนตลาด EM
2026-02-23 19:41:25
216
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – บลจ.อเบอร์ดีน ประเมินตลาดเกิดใหม่จ่อทำผลงานโดดเด่นปี 69 คาดกำไรโตต่อเนื่อง รวมทั้งมูลค่าหุ้นยังถูก รับแรงหนุนวัฏจักรการลงทุนทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดกำไรต่อหุ้นโต 18%
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวพฤกษา เอี่ยมธงทอง Head of Equities – Asia Pacific บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) หรือ ABDRN เปิดเผยว่า ตลาดเกิดใหม่ (EM) เปิดปี 2569 ด้วยโมเมนตัมการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวสูงขึ้น อีกทั้งแรงหนุนจากวัฏจักรการลงทุนทั่วโลก (capex cycle) ที่กลับเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI การผลิตอุตสาหกรรมยุคใหม่ และการปรับโครงสร้างซัพพลายเชน ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังกระจายเม็ดเงินและผลกำไรเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของตลาดเกิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ การผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทรัพยากรธรรมชาติ (resources) และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (energy‑transition)
ทั้งนี้ ตลาดเกิดใหม่ทำผลงานเหนือความคาดหมายในปี 2568 โดยดัชนี MSCI EM ให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 โดยปรับตัวขึ้น 34% เมื่อคิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) [1] ขณะเดียวกัน ความคิดเห็นส่วนใหญ่ของนักวิเคราะห์คาดว่า อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของ MSCI EM โตประมาณ 18% ในปี 2569 สูงกว่าเมื่อเทียบกับ S&P 500 ที่ 14.8% และ MSCI World ที่ 12% ซึ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อทิศทางกำไรของตลาดเกิดใหม่ในปีนี้
ด้านมูลค่าหุ้น (Valuation) ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดย Forward P/E ของตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า เมื่อเทียบกับ 26 เท่า ของ S&P 500 และ 24 เท่า ของ MSCI World [2] ความแตกต่างด้านมูลค่านี้สะท้อนโอกาสการเติบโตที่โดดเด่นกว่า ในช่วงที่ตลาดพัฒนาแล้วกำลังเผชิญระดับราคาหุ้นที่สูงและความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ทำให้ตลาดเกิดใหม่กลายเป็นตลาดที่มีโอกาสสร้างความคุ้มค่าของผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (risk‑reward opportunity) ได้ดีกว่าในจังหวะเวลานี้
“วันนี้ตลาดให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดเกิดใหม่มากกว่าความผันผวนระยะสั้น ทั้งกำไรที่เติบโตเหนือกว่า และมูลค่ายังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ผนวกกับเงินลงทุนทั่วโลกกำลังไหลเข้าสู่จุดแข็งของภูมิภาคนี้ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ เทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ ทำให้เส้นทางการเติบโตปีนี้ชัดและมั่นคงขึ้นมาก ขณะที่เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน เราพบว่าตลาดเกิดใหม่แข็งแกร่งขึ้น มีงบดุลแข็งแรงขึ้น สกุลเงินเสถียรขึ้น และแนวโน้มโอกาสการเติบโตของกำไรที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ตอกย้ำว่าเฟสถัดไปของการเติบโตเศรษฐกิจโลกกำลังก่อตัวขึ้นในตลาดเกิดใหม่” นางสาวพฤกษา กล่าว
ทั้งนี้ เอเชียยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ (EM) จากความแข็งแกร่งของระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบทบาทที่ยาวนานในซัพพลายเชนโลก เกาหลีและไต้หวันยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่ขยายตัวในสินค้าเทคโนโลยีหลายกลุ่ม ทั้งเมมโมรี อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้ทั้งสองตลาดมีฐานรายได้ที่หลากหลายและยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของวัฏจักรเทคโนโลยีโลกได้อย่างแข็งแรง สำหรับจีน แม้การบริโภคและตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน แต่จีนยังคงโดดเด่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง และระบบ AI ที่มีความสามารถแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่อินเดีย เปิดฉากปี 2569 ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น แม้ในปี 2025 จะถูกปรับประมาณการกำไรลง ภายใต้แรงกดดันจากมูลค่าหุ้นที่อยู่ในระดับสูง ผนวกกับความอ่อนแอของภาค IT แต่อินเดียยังคงเป็นประเทศที่เห็นการเติบของกำไรต่อหุ้นที่ระดับ 10% สะท้อนความแข็งแรงของโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับปี 2569 คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นอินเดียจะเร่งตัวขึ้นแตะที่ 16% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตรวดเร็วและแข็งแรง เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตโดดเด่นของโลก ทั้งสองปัจจัยนี้สร้างความสมดุลให้กับอินเดียมากขึ้น[3] รวมถึงข้อตกลงการค้าล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียที่เพิ่งประกาศ ได้ช่วยขจัดปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นอินเดีย เนื่องจากความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ เคยเป็นแรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นอินเดียในปีที่ผ่านมา
ในส่วนของละตินอเมริกายังคงมีโอกาสลงทุน แต่จะเน้นเลือกลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีศักยภาพเติบโต สอดคล้องกับเทรนด์การใช้พลังงานไฟฟ้า และการย้ายฐานการผลิตของภาคอุตสาหกรรม แม้ภูมิภาคจะยังเผชิญความผันผวนทางการเมืองในประเทศสำคัญอย่างบราซิล โคลอมเบีย เปรู คอสตาริกา และอาร์เจนตินา แต่ละตินอเมริกายังคงโดดเด่นด้วยทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งทองแดงและยูเรเนียม ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการแร่สำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เม็กซิโกได้รับแรงหนุนจากการเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับสหรัฐฯ ที่ลึกขึ้น และมีโอกาสที่ประเทศอื่นจะตามมาเมื่อการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนเดินหน้าต่อไป
ทั้งนี้ กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล อีเมอร์จิ้ง โกรท ฟันด์ (ABGEM) ความเสี่ยงระดับ 6 ก้าวไปพร้อมเทรนด์เติบโตในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกกับโอกาสลงทุนในบริษัทคุณภาพสูง ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก abrdn SICAV I – Emerging Markets Equity Fund (Master Fund) โดยใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นคุณภาพของอเบอร์ดีนที่เฟ้นหาบริษัทซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ มีโมเดลธุรกิจที่ได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ทีมผู้บริหารมีประสบการณ์และผลงานพิสูจน์ได้ พร้อมด้วยฐานะการเงินแข็งแกร่งและการเติบโตของกำไรที่ดี รวมถึงให้ความสำคัญต่อโอกาสและบริหารความเสี่ยงด้าน ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
โดยกลยุทธ์ของกองทุนหลักให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในเทรนด์การเติบโตเชิงโครงสร้างที่มีศักยภาพระยะยาว (structural winners) ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียเหนือ หุ้นที่เกี่ยวข้องเทรนด์การเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า (Electrification) และอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการการปรับโครงสร้างซัพพลายเชนทั่วโลก โดยผลการดำเนินงานในปี 2025 ของกองทุนหลักได้แรงหนุนหลักจากการคัดเลือกหุ้นรายตัว (stock selection) โดยเฉพาะในไต้หวันและเกาหลี
ขณะที่ผู้จัดการกองทุนมีการปรับพอร์ตอย่างรอบคอบ โดยลดน้ำหนักหุ้นที่ราคาปรับขึ้นไปไกลหรือมีความเสี่ยงด้านการลงทุนเพิ่มขึ้น และนำเงินไปเพิ่มน้ำหนักในบริษัทที่มีอำนาจในการกำหนดราคา (pricing power) มีงบดุลที่มั่นคง และมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะยาว ด้วยการจัดพอร์ตที่โฟกัสธีมสำคัญในระยะยาวหนุนให้กองทุนหลักของ ABGEM อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการรับโอกาสเติบโตระลอกถัดไปของตลาดเกิดใหม่
PCE กูรูเชียร์ “ซื้อ” เป้า 2.60 บ. - BBL คลอด 2 โปรดักส์ใหม่
GUNKUL แจงข่าวเพลิงไหม้ "ไม่ใช่พื้นที่ตั้งโครงการปัตตานียะหริ่ง"
WP แนวโน้มสดใส! Yield สูง 8.57% - CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440 ล้าน
JAS ทุ่ม 2.3 พันลบ. คว้าลิขสิทธิ์ FIFA ในไทยยาวถึงปี 2030
CIVIL คว้างานใหม่มูลค่า 2,440.30 ล.
JAS ทุ่ม 2.3 พันล.ลุยบอลโลก - GUNKUL เดินหน้า Energy Transition