Phones





BAFS ปรับหมากธุรกิจหนุนกำไรปี 68 โต 106%

2026-03-03 20:51:43 135



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - BAFS เปิดผลงานปี 68 ปรับแผนการตลาดเชิงรุก ส่งโครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่ง หนุนกำไรสุทธิโต 212 ล้านบาท ด้านที่ประชุมบอร์ดเคาะจ่ายปันผลทั้งปี 0.33 บาทต่อหุ้น พร้อมเดินหน้าธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานอยู่ที่ 5,560 ล้านลิตร
         
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,707.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน EBITDA เติบโต 8% มาอยู่ที่ 1,755.5 ล้านบาท มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท 211.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.25 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 4% โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานและปริมาณการขนส่งน้ำมันทางท่อที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และปัจจัยบวกจากการทำการตลาดเชิงรุกของกลุ่มบริษัท พร้อมจ่ายปันผลเพิ่มเติมอีก 0.22 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 0.33 บาทต่อหุ้น สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ
 
โดยในปี 2568 ที่ผ่านมาการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ยังคงมีความเปราะบางและต่ำกว่าความคาดหวังของตลาด ปัจจัยกดดันหลักมาจากการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดของตลาดนักท่องเที่ยวหลัก โดยเฉพาะ ตลาดจีน ซึ่งยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ต้นทุนการเดินทางที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 32.9 ล้านคน ลดลงราว 7% จากปีก่อน
 
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน โดยมีนักท่องเที่ยวจาก อินเดีย ตะวันออกกลาง และรัสเซีย รวมถึง กลุ่มนักท่องเที่ยวระยะยาว (Long-stay) เข้ามาทดแทนตลาดเดิมในบางส่วน กล่าวได้ว่าปี 2568 จึงเป็นปีแห่งการปรับสมดุลและการวางรากฐานของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย มากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณ ดังนั้น ในระยะต่อไป ความสามารถในการยกระดับคุณภาพบริการ การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย และการปรับตัวให้สอดรับกับโครงสร้างอุปสงค์ที่เปลี่ยนไป จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากธุรกิจการให้บริการน้ำมันอากาศยาน
 
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.33 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) 45% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะของบริษัท โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายเพิ่มเติมอีก 0.22 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นเงินปันผลจากกำไรของบริษัททั้งจำนวน และสามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีในอัตรา 20% โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พ.ค. 2569
 
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทยังคงขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลของโครงสร้างรายได้ โดยในปี 2569 ตั้งเป้าหมายปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานไว้ที่ 5,560 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 4% จากปี 2568 โดยเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนการประเมินแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินที่สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งแม้ยังคงขยายตัวแต่มีอัตราการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวในระยะก่อนหน้า ส่งผลให้การเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและความถี่การบินเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
 
ในส่วนของธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ คาดว่าปริมาณการส่งน้ำมันจะเติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 1,500 ล้านลิตร ขณะที่โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายระบบท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือระยะที่ 3 (อ่างทอง-สระบุรี) คาดว่าจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในต้นปี 2570 และสำหรับธุรกิจผลิตและประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยาน ในปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 BAFS INTECH มีกำหนดส่งมอบรถเติมน้ำมันและรถบริการในท่าอากาศยานให้กับลูกค้าอีกจำนวน 11 คัน รวมมูลค่ากว่า 137.3 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา BAFS INTECH ได้ลงนามสัญญาผลิตรถให้บริการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันและทำความสะอาดหลุมเติมน้ำมันอากาศยาน ของท่าอากาศยาน Noi Bai International Airport ซึ่งนับเป็นประเทศล่าสุดที่ได้ทำการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากประสบความสำเร็จในการรุกตลาดในประเทศลาว พม่า และกัมพูชา