Phones





CREATIVE TALK ผนึก ศุภาลัย จัดงาน CTC2026

2026-05-28 08:43:28 105



นิวส์ คอนเน็คท์ - CREATIVE TALK ร่วมกับ "ศุภาลัย" จัดงาน “SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026” (CTC2026) ภายใต้ธีม “The Festival of Futuristic Minds” ระหว่างวันที่ 19-20 มิ.ย. 69 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ร่วมตีโจทย์ธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวนรอบด้วน

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 บริษัท CREATIVE TALK จำกัด ระบุว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกปี 2026 ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ถาโถมเข้ามา เป็นสัญญาณเตือนสำหรับธุรกิจและคนทำงานว่า วิธีคิดแบบเดิม อาจไม่ปลอดภัยอีกต่อไป “ทักษะการมองเห็นอนาคต” (Futuristic Mind) จึงจำเป็นมากสำหรับคนยุคนี้ ดังนั้น บริษัท CREATIVE TALK ร่วมกับ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) จึงจัดงาน “SUPALAI Presents CREATIVE TALK CONFERENCE 2026” (CTC2026) ภายใต้ธีม “The Festival of Futuristic Minds” (เทศกาลของคนมองไกล คิดต่าง สร้างอนาคต) ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2569 ณ PARAGON HALL, SIAM PARAGON

นายคุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง RGB72 และ CREATIVE TALK กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา CREATIVE TALK CONFERENCE (CTC) ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายมาเป็น Community ที่รวบรวมคนทำธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รองรับผู้ร่วมงานกว่า 10,000 คน ทั่วประเทศในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”
อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่คนทำงานและภาคธุรกิจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากและท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน หรือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ผันผวนทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ วิกฤตเหล่านี้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้วิธีคิดหรือการทำงานแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ซึ่ง 3 สัญญาณที่ชี้ว่าคนทำงานและธุรกิจไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมได้อีกต่อไปสำหรับการก้าวผ่านสู่อนาคตในปี 2027 คือ

1. เทคโนโลยี : การเข้ามาของ AI ทำให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าวิธีการทำงานแบบเดิมอาจไม่พออีกต่อไป คนทำงานต้องทำงานร่วมกับ AI เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม คนทำงานไม่ควรมีทักษะในการใช้ AI อยู่ในระดับพื้นฐาน หรือแค่ “ใช้เป็น” แต่ต้องมีทักษะในการใช้ AI อย่างเชี่ยวชาญเพื่อยกระดับงานที่ทำให้ดีกว่าเดิม และนำไปสู่การพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่ AI ยังทำไม่ได้เท่ามนุษย์

2. พฤติกรรมลูกค้า : พฤติกรรมลูกค้าทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ลูกค้าไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยวิธีคิดแบบเดิม แต่ต้องการข้อมูลเชิงลึกและรอบด้านเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมไปถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมที่เข้ามา ทำให้ลูกค้าพิจารณาในการเลือกสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ในมิติของราคาอย่างเดียว แต่พิจารณาไปถึงความคุ้มค่า คุณภาพของสินค้า ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ยิ่งมีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจมากขึ้น ลูกค้ายิ่งกรองจนเหลือแบรนด์ที่มั่นใจมากจริงๆ ถึงจะซื้อ ดังนั้น การสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องทำในระยะยาว

3. การเคลื่อนไหวของโลก : ธุรกิจไม่ได้อยู่เพียงลำพังในตลาดของตัวเอง แต่ถูกเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภคในระดับ Global scale รวมไปถึงการพึ่งพาทรัพยากรจากทั่วโลก ทำให้เห็นว่าการมองธุรกิจในบริบทภายในประเทศหรือภายในท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว อาจทำให้มองไม่เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ และประเมินสถานการณ์ได้ต่ำเกินไป

"หากองค์กรมองไม่เห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ล่วงหน้า ก็จะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และอาจทำให้ธุรกิจที่คิดว่าตัวเองยังปลอดภัยอาจไปไม่รอดในปีหน้า คนทำธุรกิจและคนทำงานจึงจำเป็นต้องมี "Futuristic Mind" หรือความสามารถในการมองให้ไกลและเห็นสัญญาณอนาคตที่ชัดเจน โดยเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะส่งผลกระทบอย่างไรกับอนาคต เพื่อเป็นเข็มทิศในการก้าวข้ามปัญหาปัจจุบันและเตรียมพร้อมคนไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้าสู่อนาคตในปี 2027 ร่วมกัน"

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โจทย์ของผู้บริหารในวันนี้ ไม่ใช่แค่การบริหารการเติบโตของทีมและธุรกิจ แต่คือการบาลานซ์ระหว่าง ‘เรื่องในบ้าน’ และ ‘เรื่องนอกบ้าน’ ให้เดินไปพร้อมกัน โดยเรื่องในบ้านคือ การทำให้องค์กรแข็งแรงมีวินัย ทั้งโครงสร้างการเงิน การบริหารจัดการต้นทุน ขณะที่เรื่องนอกบ้านคือ ความเข้าใจในพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะการตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมสักแห่ง คือการใช้เงินเก็บมากที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต ลูกค้าในยุคนี้จึงไม่ได้ตัดสินใจจากภาพลักษณ์หรือกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ฟังก์ชันการใช้งานจริง และคุณภาพชีวิตระยะยาว 
"เริ่มเห็นชัดว่าคนมองบ้านในฐานะ ‘พื้นที่ใช้ชีวิตจริง’ มากกว่าเดิม ที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำงาน และพื้นที่สำหรับครอบครัวในเวลาเดียวกัน ความท้าทายของธุรกิจวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาโครงการให้เร็วหรือมากขึ้น แต่คือการเข้าใจว่าลูกค้า ‘ใช้ชีวิตจริงอย่างไร’ ร่วมกับการใช้ Data ช่วยตัดสินใจ ทำให้ศุภาลัยออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ระยะยาวได้จริง ดังนั้น องค์กรที่แข่งขันได้ในอนาคต อาจไม่ใช่องค์กรที่โตเร็วที่สุด แต่คือองค์กรที่บริหารภายในได้อย่างมีวินัย และสามารถสร้างคุณค่าให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไปได้อย่างต่อเนื่อง” นายไตรเตชะกล่าว

CTC2026 ในปีนี้ จึงได้รับการออกแบบมาให้แตกต่างจากปีก่อน ๆ อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากการถอดรหัสตัวตนของ Community ที่ติดตาม CREATIVE TALK มาตลอด 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ผู้ประกอบการ นักการตลาด ครีเอเตอร์ หรือผู้บริหาร ซึ่งพบว่าคนกลุ่มนี้ล้วนเป็นคนเรียนรู้เร็ว (Fast Learner) มี Growth Mindset และไม่อยากหยุดอยู่กับที่ จนนำมาสู่ธีม “The Festival of Futuristic Minds” ที่เปลี่ยนวิธีคิดจากการตั้งโจทย์ว่า “จะทำอะไรให้งานดูน่าสนใจดี” มาเป็นการโฟกัสว่า “คนของเรากำลังสนใจอะไร แล้วเราจะออกแบบประสบการณ์ให้ตอบโจทย์เขาได้อย่างไร” เพื่อเปลี่ยนงานสัมมนาทั่วไปให้เป็น Festival ที่สนุก ได้เลือกเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเอง ได้เจอคนใหม่ ๆ ได้ลองอะไรใหม่ ๆ และรู้สึกว่าการพัฒนาตัวเองไม่จำเป็นต้องเครียดเสมอไป โดยพลิกโฉมสู่การผสมผสานรูปแบบ CONFERENCE | FESTIVAL | MENTORING | WORKSHOP | BUSINESS NETWORKING เต็มรูปแบบบนพื้นที่จัดงานสเกลใหญ่ขึ้น ณ PARAGON HALL จัดเต็ม 4 STAGES | 70+ SESSIONS พร้อมเปิด Festival Zone ที่รวมพาร์ทเนอร์และ Solution Tools ที่ผ่านการ Curate มาแล้วอย่างเข้มข้น