Phones





AOTชี้8เดือนผู้โดยสารลดลง33.94%

2020-07-01 17:29:23 253



 



นิวส์ คอนเน็ตคท์ - AOT ก้าวสู่ปีที่ 42 ของการดำเนินงาน พร้อมเดินหน้าพัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่งให้สามารถรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ชี้ภาพรวม 8 เดือนผู้โดยสารลดลง33.94% ลั่นส.ค.นี้เปิดใช้อาคาร Service Hall เม.ย.ปี 65 เปิดให้บริการสุวรรณภูมิระยะ2


เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.ค.นี้ AOT ครบรอบ 41 ปีการดำเนินงาน โดย AOT ยังคงเดินหน้าลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานภายใต้กำกับดูแลของ AOT ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในอนาคต แม้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ก็ตาม


โดยตามปีงบประมาณ 63 ปริมาณการจราจรทางอากาศของ AOT ในภาพรวมรอบ 8 เดือน (ต.ค.62 – พ.ค. 63) เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเที่ยวบิน 425,900 เที่ยวบิน ลดลง 29.80% แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 229,400 เที่ยวบิน ลดลง 30.20% และเที่ยวบินภายในประเทศ 196,500 เที่ยวบิน ลดลง 29.33% ขณะที่มีผู้โดยสาร 64.20 ล้านคน ลดลง 33.94% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 37.24 ล้านคน ลดลง 34.72% และผู้โดยสารภายในประเทศ 26.96 ล้านคน ลดลง 32.83%


ด้านปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศของ AOT ในภาพรวมรอบ 8 เดือนของปีงบประมาณ 63 ก็ลดลงเช่นกัน คือ มีสินค้าและไปรษณียภัณฑ์จำนวน 825,665 ตัน ลดลง 17.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินขนส่งสินค้ากลับมีอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 127.22% (เพิ่มจาก 160 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 360 เที่ยวบินต่อสัปดาห์) ซึ่งสายการบินมีการปรับตัวโดยหันมาทำการบินแบบเที่ยวบินขนส่งสินค้าทดแทนเที่ยวบินโดยสารที่ต้องหยุดบินชั่วคราวตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย


ขณะที่โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มีความคืบหน้าในการดำเนินงานก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (Satellite 1 : SAT-1) 88% ปัจจุบัน AOT ดำเนินงานโครงสร้างแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างดำเนินงานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน งานภูมิทัศน์ และติดตั้งงานระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระไฟฟ้า เครื่องกล สุขาภิบาล และระบบสารสนเทศภายในอาคาร ซึ่งผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ส่งผลให้การทดสอบการเตรียมความพร้อมการเปิดให้บริการ (Operation Readiness and Airport Transfer : ORAT) สำหรับอาคาร SAT-1 ต้องเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะทำการทดสอบระบบการปฏิบัติงานต่างๆ ร่วมกันแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 65 เช่น ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover : APM) ระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ระบบบริหารลานจอดอากาศยาน ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เป็นต้น


อย่างไรก็ตาม AOT คาดว่าเที่ยวบินและผู้โดยสารจะเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจนกลับมามีปริมาณการจราจรเป็นปกติ (ที่ระดับเดิมของปี 62) ในเดือนต.ค.65 ดังนั้น AOT อาจต้องพิจารณาการเปิดใช้อาคาร SAT-1 ให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารต่อไป


สำหรับความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะนี้การก่อสร้างอาคารบริการผู้โดยสาร หรือเรียกว่า Service Hall บริเวณลานจอดรถรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอาคารที่เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ อาคาร 1 ด้านทิศเหนือ มีพื้นที่ใช้งานประมาณ 3,000 ตารางเมตร สำหรับให้ผู้โดยสารกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ได้ใช้เป็นพื้นที่จัดกระเป๋าเดินทางก่อนขึ้นเครื่องที่จะช่วยลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในเดือน ส.ค. 63


โครงการก่อสร้างทางเดินเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีแดง ระยะทาง 200 เมตร เชื่อมต่อจากโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ - รังสิต สถานีดอนเมืองเข้าสู่ภายในท่าอากาศยานดอนเมืองบริเวณอาคารจอดรถยนต์ 7 ชั้น คาดว่าดำเนินการเสร็จภายในเดือน ส.ค. 63 ก่อนการเปิดให้บริการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ในปี 64


นอกจากนี้ จะมีการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร อาคาร 1 เพื่อรองรับผู้โดยสารภายในประเทศ การก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 บริเวณอาคารผู้โดยสารเดิมที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นการคืนสภาพขีดความสามารถเดิมของท่าอากาศยานดอนเมืองในการรองรับปริมาณผู้โดยสารได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านคนต่อปี โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 67


ส่วนท่าอากาศยานของ AOT อีก 4 แห่ง ได้แก่ ทชม. ทชร. ทภก.และ ทหญ.ยังคงเดินหน้าดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินตามแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินเช่นกัน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และรักษามาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้สนามบินมีศักยภาพและสามารถรองรับความต้องการการเดินทางที่จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ทั้งการขนส่ง การท่องเที่ยว และธุรกิจการบริการของประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วได้อีกด้วย


 


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews