Phones





วิจัยกรุงศรี เล็งขยับเป้าจีดีพี 64-65

2021-11-16 18:32:19 499



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กรุงศรีเตรียมปรับเพิ่มตัวเลขจีดีพีปี 64-65 หลังจีดีพีจากไตรมาส 3/64 ชะลอตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์ หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาเดินหน้าได้มากขึ้น
 
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 วิจัยกรุงศรีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY ระบุว่า สภาพัฒน์รายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย(จีดีพี) ในช่วงไตรมาส 3/64 หดตัวที่ระดับ 0.3% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากขยายตัว 7.6% ในไตรมาสก่อน ผลกระทบจากการระบาดที่รุนแรงของโควิด-19 แต่อัตราการติดลบดังกล่าวน้อยกว่าที่ตลาดและวิจัยกรุงศรีคาดไว้ที่ -1.3% และ -1.1% ตามลำดับ
 
เนื่องจากได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาครัฐที่เร่งขึ้น มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนทำให้การบริโภคสินค้าไม่คงทนในหมวดอาหารยังเติบโตได้แม้ภาพรวมการบริโภคภาคเอกชนจะหดตัว การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังในไตรมาสนี้นับว่ามีส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจ และการส่งออกสินค้าและบริการที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกบริการที่เร่งขึ้นจากค่าบริการขนส่งสินค้าที่ขยายตัวดีตามปริมาณการค้าระหว่างประเทศ
 
อย่างไรก็ตาม การลงทุนภาครัฐหดตัวแรงจากการก่อสร้างที่ลดลง สำหรับภาคการผลิต ผลกระทบจากการระบาดที่รุนแรงทำให้การผลิตบางสาขากลับมาหดตัว ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต (-1.4%) และภาคก่อสร้าง (-4.1%) ขณะที่สาขาบริการในส่วนที่พักแรมและร้านอาหารยังคงหดตัวในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง (-18.7%) อย่างไรก็ตาม สาขาเกษตรกรรม (+4.3%) และสาขาบริการบางส่วนเติบโตดี อาทิ ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร (+6.8%) การเงินและประกันภัย (+3.5%)
 
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 64 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.3% ล่าสุดสภาพัฒน์ฯ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 64 เป็นขยายตัว 1.2% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว  0.7 - 1.2%) และคาดปี 65 เติบโตที่ 3.5 - 4.5%
 
สำหรับวิจัยกรุงศรีเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 64 และ 65 โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ตัวเลขจีดีพีในไตรมาส 3/64 หดตัวน้อยกว่าคาด การกระจายวัคซีนที่เร่งขึ้น ล่าสุดทางการตั้งเป้าฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งยังมีสัญญาณเชิงบวกจากการลงทุนภาคเอกชนที่อาจได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและกิจกรรมเศรษฐกิจของโลกที่ทยอยฟื้นตัวเป็นลำดับ
 
สำหรับมาตรการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากภาครัฐที่คาดว่าจะยังมีบทบาทสำคัญ รวมถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมแล้วกิจกรรมทางเศรษฐกิจไทย (Thai GDP level) มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวเหนือระดับก่อนการระบาดได้เร็วกว่าเดิม 1-2 ไตรมาส จากเดิมคาดว่าจะเป็นในไตรมาส 1/66)
 
ในส่วนของการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 10 พ.ย.64 มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วและเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวจากการใช้ภายในประเทศที่ทยอยปรับดีขึ้นตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด การเร่งกระจายวัคซีน และตลาดแรงงานมีแนวโน้มปรับดีขึ้น จึงคาดการณ์ว่าจีดีพีในปี 64 และปี 65 จะขยายตัวใกล้เคียงกับประมาณการในการประชุมครั้งก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าปรับเพิ่มขึ้นชั่วคราวจากราคาพลังงานโลกเป็นหลัก
 
ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีประเมินว่า แม้ความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะลดลง และมีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงขึ้น อีกทั้งหลายประเทศเตรียมทยอยปรับลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินกันบ้างแล้ว แต่ในส่วนของไทยคาดว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปี 65 เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจปรับเพิ่มขึ้นในระยะสั้น โดยอาจเห็นแตะระดับ 3% ได้ในบางเดือนของไตรมาส 1/65 ส่วนหนึ่งมาจากผลของฐานที่ต่ำในช่วงต้นปี 64 แต่จะบรรเทาลงในช่วงที่เหลือของปี 65 สอดคล้องกับมุมมองของธปท. ที่ประเมินว่าน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะอุปทานส่วนเกิน (excess supply) ตั้งแต่ไตรมาส 2/65
 
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังมีความเปราะบางภายใต้ความไม่แน่นอนโดยเฉพาะการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยที่ยังต้องใช้เวลากว่าจะกลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดการระบาด ขณะที่จากถ้อยแถลงของกนง. ที่ยังคงให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ชี้ว่าทางการจะยังดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อเนื่อง โดยรวมแล้ว วิจัยกรุงศรีจึงคาดว่ากนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.50% อย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 65