Phones





CIMBT จับตาภาคธุรกิจทำดีลM&A

2020-08-05 17:58:19 98




นิวส์ คอนเน็คท์ – CIMBT ประเมินเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนยังแกร่ง และจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี 64 คาดเห็นกระแสควบรวมกิจการเพื่อรักษาธุรกิจ เพิ่มความแข็งแกร่ง พร้อมนำ ASEAN PLATFORM ให้การสนับสนุนลูกค้าแบบครบวงจร


เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธุรกิจและวาณิชธนกิจธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ภาคธุรกิจมีการปรับตัวโดยจะมุ่งเน้นในธุรกิจที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ และเลือกลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพเป็นหลัก รวมทั้งคาดว่าจะเริ่มเห็นแนวโน้มของธุรกิจขนาดกลางที่ร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด จึงเป็นโอกาสที่บริษัทขนาดใหญ่ในไทยที่มีความพร้อม จะเข้าซื้อกิจการเพื่อเติบโตและขยายฐานธุรกิจออกไปในภูมิภาคอาเซียน


ทั้งนี้ ธนาคารมีจุดแข็งคือ ASEAN PLATFORM ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานระดับภูมิภาคของซีไอเอ็มบีกรุ๊ป ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความเข้าใจลูกค้า โดยมีเครือข่ายทั้งในและนอกภูมิภาค ทำให้สามารถแนะนำและส่งต่อลูกค้าระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินให้ลูกค้าไทยไปเติบโตในต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่สนับสนุนสินเชื่อ เทรดไฟแนนซ์ การควบรวมกิจการ วาณิชธนกิจ ไปจนถึงบริหารความเสี่ยงทางการเงิน รวมทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการสร้างความรู้และโอกาสในการทำธุรกิจ พร้อมประสานงานเพื่อตามไปสนับสนุนลูกค้าในตลาดที่ลูกค้าไปขยายธุรกิจ


ด้าน ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ปีหน้าจะเห็นเศรษฐกิจแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ฟื้นตัวได้เร็ว และเร็วกว่าประเทศตะวันตก โดยอาศัยกำลังซื้อจากคนในประเทศเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่มีประชากรในประเทศมาก ทำให้กำลังซื้อในประเทศสูง อีกทั้งแต่ละประเทศในอาเซียนค้าขายภายในภูมิภาคกันค่อนข้างมาก แม้โดนผลกระทบโควิด-19 ทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจหดตัว แต่ปีหน้าถือว่าประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนก็ยังมีศักยภาพ ในการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว


โดยประเทศอาเซียนที่น่าจับตาเป็นพิเศษ คือ เวียดนาม เพราะปีนี้ เวียดนามเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่ไม่เข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ แม้เศรษฐกิจชะลอ แต่ยังคงเป็นบวก โดยปีนี้คาดว่าเวียดนามจะยังโตได้ 2-3% จากเดิมโตได้ 6-7% อีกทั้งสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ค่อนข้างดี แม้ว่าจะมีการกลับมาเกิดรอบสองที่ดานัง แต่ควบคุมการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ขณะที่การส่งออก เวียดนามสามารถหาตลาดใหม่ๆ ชดเชยตลาดจีนในสหรัฐได้ อีกทั้งถ้ามองต่อไป การค้าการลงทุนกับยุโรปจะเดินหน้าได้ ผ่าน FTA ซึ่งยุโรปมีการย้ายฐานจากจีนเข้ามาสู่เวียดนามได้


ขณะที่ นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลดลงมาพอสมควร โดยดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมา 17% นับตั้งแต่ต้นปี และปรับตัวลดลง 21% กรณีคำนวณเป็นดอลลาร์สหรัฐ แต่มองว่าไม่ได้แย่ทั้งตลาด ขึ้นอยู่กับราย sector ซึ่งหุ้นในประเทศกลุ่ม perform ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหุ้นกลุ่มที่ไม่ perform ได้แก่ ธนาคาร ขณะที่โรงพยาบาลในประเทศอื่นในอาเซียน perform ได้ดีกว่าในไทย เนื่องจากโรงพยาบาลในไทยขาดรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ


อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีพบว่ามีนักลงทุนใหม่ที่ไม่เคยลงทุนในหุ้นมาเปิดบัญชีลงทุนหุ้น จากการที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงไปอยู่ในระดับต่ำกว่า 1,000 จุด และรีบาวน์กลับมา ทำให้มีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามา ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยครึ่งปีแรกมีความคึกคัก เพราะเป็นโอกาสที่รายย่อยจะเข้าซื้อขายทำกำไรได้พอสมควร แต่มองว่าตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป ตลาดจะไม่หวือหวาเท่าครึ่งปีแรก แม้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว แต่การฟื้นตัวของตลาดหุ้นจะไม่เร็วเท่า จึงมองว่าการไปลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น


>>>สามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ทาง http://www.newsconnext.com
หรือติดตามผ่านช่อง Line@ ได้ที่ News Connext
ช่องทาง Fanpage Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/connextnews