Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” - WP โชว์โรดแมพJUMP+
MAI
MPJ เพิ่มลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง รองรับลูกค้าโซน EEC
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง UNIX จ่อขายไอพีโอ 180 ล้านหุ้น
บล./บลจ
orbix INVEST ลดค่าธรรมเนียม ‘Orbix BTC Flagship’ เหลือ 0%
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC ชี้ศก.ไทยปีม้าโตเพียง 1.5% ปัจจัยบวกหดหาย
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank หนุนผู้ประกอบการใช้ AI ยกระดับธุรกิจ
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC แนะอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ไทยรับมือความเสี่ยงภาษีชิป AI ของสหรัฐฯ
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE ยกระดับความยั่งยืน รับการประเมินระดับ “Silver” จาก EcoVadis
แบงก์ - นอนแบงก์
TTB เปิดแผน ‘Wealth Banking’ ตั้งเป้า AUM แตะ 7.5 แสนล.
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD แกร่ง! ฟิทช์คงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-(tha)’
SMEs - Startup
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ปรับพอร์ตแนะนำยูนิตลิงค์ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน
รถยนต์
กรุงศรี ออโต้ ชวน เช็ก 5 ข้อก่อน(เช่า)ซื้อ มอเตอร์ไซค์อีวี
ท่องเที่ยว
TAGTHAi จับมือ BEM หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อสังหาริมทรัพย์
A5 โชว์การเงินแกร่ง ไม่ Roll Over หุ้นกู้ พร้อมลุยธุรกิจใหม่
การตลาด
CardX จับมือ JCB เปิดแคมเปญ “JAPAN CASHBACK ให้ความสุขในทุกดีล”
CSR
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
Information
LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” สร้างโอกาสการลงทุนโลกการเงิน
Gossip
STARM จัดแคมเปญพิเศษ มอบส่วนลดสุดคุ้ม!
Entertainment
ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0
สกุ๊ป พิเศษ
ภาวะธุรกิจที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
KBANK จับตามาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย กระทบส่งออกไทย
2022-02-28 18:55:56
782
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – KBANK ชี้ผลกระทบวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนต่อประเทศไทยขึ้นกับความยืดเยื้อและรุนแรง ด้านลูกค้าของธนาคารที่มีธุรกิจส่งออกไปรัสเซีย-ยูเครนยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก พร้อมจับตามาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียของนานาประเทศที่อาจส่งผลต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ ระบุหากยื้อยาวเศรษฐกิจโลกจะเกิดภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ผลกระทบกับภาคการส่งออกของประเทศไทยจากสถานการณ์กองทัพรัสเซียเข้าโจมตียูเครนขึ้นอยู่กับการขยายวงความรุนแรง และมาตรการตอบโต้โดยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Economic Sanctions) จากนานาประเทศ สำหรับผลกระทบต่อประเทศไทยในขณะนี้คือราคาน้ำมัน ยิ่งสถานการณ์มีความตึงเครียด ยิ่งส่งผลต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนธุรกิจ ราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นด้านที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด ขณะที่ตลาดเงินตลาดทุนของไทยมีความผันผวนสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนอาจย้ายไปสู่สินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง
สำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ของธนาคารกสิกรไทยที่มีการค้าขายกับคู่ค้าในรัสเซียและยูเครน ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมเกี่ยวข้องกับการเกษตร อุปกรณ์ก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ อย่างไรก็ตามมูลค่าการค้าขายกับคู่ค้าในรัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าต่างประเทศทั้งหมด โดยธนาคารได้ติดตามสถานการณ์ระหว่างยูเครนและรัสเซียอย่างใกล้ชิด รวมถึงให้คำแนะนำกับลูกค้าให้ระมัดระวังเรื่องการทำธุรกรรมการค้าต่างประเทศกับทั้ง 2 ประเทศในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน กรณีมีการนำเข้า-ส่งออก หรือธุรกรรมโอนเงินกับทั้ง 2 ประเทศ อาจมีความเสี่ยงได้รับเงินล่าช้า ทั้งกรณีคู่ค้าที่อยู่ในประเทศไทย รัสเซีย ยูเครน
อย่างไรก้ตาม สิ่งที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์ดังกล่าวจะยกระดับความรุนแรงมากยิ่งขึ้นหรือไม่ รวมถึงประเด็นสำคัญคือ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Economic Sanctions) จากประเทศต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้กับรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและตลาดเงินของรัสเซีย และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานในยุโรป รวมถึงสถาบันการเงินและภาคธุรกิจของยุโรปที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจในรัสเซีย ซึ่งอาจทำให้การค้าระหว่างไทย-รัสเซีย-ยูเครน มีอุปสรรคในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งการหาธนาคารรับรอง การเปิดบัญชีธุรกิจข้ามชาติ (แอล/ซี) การชำระเงิน การโอนเงินต่าง ๆ เป็นต้น และหากสถานการณ์พลิกผันไปสู่สงครามที่ขยายวงกว้าง เศรษฐกิจโลกอาจจะเข้าสู่ภาวะหดตัว และเกิดภาวะเงินเฟ้อในระดับสูงจากราคาพลังงานที่พุ่ง (Stagflation) แต่เชื่อว่า หลายฝ่ายมีความพยายามที่จะเจรจาให้มีข้อยุติโดยเร็ว โดยธนาคารกสิกรไทยจะเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจของลูกค้า และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ ในปี 64 ไทยส่งออกไปรัสเซียมีมูลค่าประมาณ 1,028 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโตสูงถึง 42% โดยการส่งออกไปรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนราว 0.4% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปตลาดโลก ขณะที่สินค้าส่งออกหลักของไทยไปตลาดรัสเซีย ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกล ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่งสินค้าเหล่านี้หลายรายการเป็นการส่งออกภายใต้สิทธิ GSP ที่ไทยได้รับจากกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช หรือ CIS (Commonwealth of Independent States มีสมาชิก 12 ประเทศ รวมรัสเซีย)
ในส่วนยูเครนนั้น ในปี 64 ไทยส่งออกไปเป็นมูลค่าประมาณ 135 ล้านดอลลาร์ฯ เติบโตสูง 35.7% เช่นกัน แต่สัดส่วนยังน้อยอยู่มาก โดยสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง ผลไม้กระป๋องและแปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก เป็นต้น
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” - WP โชว์โรดแมพJUMP+
WP เปิดแผนธุรกิจ JUMP+ ปักธงรายได้โตแกร่ง
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้าอยู่ที่ 165.37
PTECH ไฟเขียวเพิ่มทุน ขาย RO อัตรา 2:1 ราคา 2 บ./หุ้น
BANPU เดินหน้ากลยุทธ์ Energy Symphonics - NER โบรกฯ เชียร์ 'ซื้อ' เป้า 6.20 บ.
WHAUP ผนึกกำลัง “รีเอ็กซ์ โปรดักส์” หนุนสู่ Green Factory