Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
TQM ชู JUMP+ หนุนผลงานโตแกร่ง - PRAPAT รับมือ วิกฤติพลังงาน-สงคราม
MAI
PRAPAT เปิดเกมรุก รับมือวิกฤติพลังงาน-สงคราม หนุนโตยั่งยืน
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง PHAT ลุยเข้า mai
บล./บลจ
SCB WEALTH เปิดตัวกองทุน SCBGOFIX(A) รับมือดอกเบี้ยผันผวน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กสิกรไทย มองศก.ครึ่งปีหลังรับแรงส่งมาตรการรัฐ คงเป้าจีดีพีโต 2%
การค้า - พาณิชย์
บสย. จัดกิจกรรม TCG Stakeholders’ Day 2026
พลังงาน - อุตสาหกรรม
ซีอีโอ EASTW ย้ำการบริหารจัดการน้ำต้องคำนึง ESG-ประชาชน
คมนาคม - โลจิสติกส์
PROSPECT REIT ประเดิมปันผลรายเดือนรอบแรก 0.0710 บ.
แบงก์ - นอนแบงก์
ออมสิน ขยายสิทธิประโยชน์ 3 ต่อ เงินฝาก “ออมสิน ออมรัก”
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
Atome จับมือ Konvy เปิดทางเลือก “ช้อปก่อน จ่ายทีหลัง”
SMEs - Startup
กลุ่ม “ไร้ท์” แต่งตั้ง “กาญจนา” – “ธานี” นั่งแท่นเอ็มดี
ประกันภัย - ประกันชีวิต
TQMalpha ลุยแผน Jump+ อัพเบี้ยประกันโต 10%
รถยนต์
“เอ็กซ์เผิง” ผนึกกำลัง “MMS” เปิดตัว ‘MMS Body and Paint’ ราชพฤกษ์
ท่องเที่ยว
AirAsia MOVE มอบสิทธิเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี 1 ครั้ง
อสังหาริมทรัพย์
SAM ผนึกศาลแพ่งตลิ่งชัน หนุนคนไทยเข้าถึงมาตรการแก้หนี้เสียต่ำแสน
การตลาด
โก โฮลเซลล์ จับมือพันธมิตร ช่วยผู้ประกอบการ “ลดต้นทุนเพิ่มกำไร”
CSR
กลุ่ม “ไร้ท์” แต่งตั้ง “กาญจนา” – “ธานี” นั่งแท่นเอ็มดี
Information
เริ่มแล้ว SET in the City 2026 ผู้ลงทุนแห่ฟิตพอร์ต อัปสกิล รับมือทุกความท้าทาย
Gossip
GBS ซุ่มของเด็ดในงาน SET in the City 2026
Entertainment
Liberator จับมือ SET จัดโครงการ “มนุษย์เงินดี”
สกุ๊ป พิเศษ
บ้านปู ขับเคลื่อนการลงทุนด้าน AI และพลังงานสะอาด
IAA คาดหุ้นไทย ณ สิ้นปี 67 อยู่ที่ 1,590 จุด
2024-01-08 18:01:36
285
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - IAA คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นปี 67 อยู่ที่ 1,590 จุด รับปัจจัยบวกจากผลประกอบการของบจ.ปี 67 เศรษฐกิจภายในประเทศ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2567 นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน หรือ IAA เปิดเผยว่า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นปี 67 ที่ 1,590 จุด โดยมีปัจจัยบวก ได้แก่ ผลประกอบการของบจ.ปี 67 , รองลงมาคือทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ,ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และฟันด์โฟลว์จากต่างประเทศสู่ตลาดหุ้นไทย
ส่วนปัจจัยด้านลบปีนี้ ได้แก่ การลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของประเทศสำคัญทั่วโลก ,รองลงมาปัจจัยด้านการเมืองในต่างประเทศ และตามมาด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก
โดยมีสมมติฐานหลักบนราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้ 80.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล คาดการณ์การขยายตัวของ GDP ไทยปี 67 จากเดิมที่ 3.56% (ต.ค.66) ลดลงมาเหลือ 3.33%,Risk Free Rate ที่ใช้ในการประเมินมูลค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.92% และRisk Premium ของตลาดหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 7.68%
ขณะที่ด้านคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ปี 67 ของตลาดเฉลี่ยที่ 95.62 บาท ปรับลดจากผลสำรวจครั้งก่อน ซึ่งอยู่ที่ 99.47 บาทต่อหุ้น และคาดว่า EPS Growth ของปี 67 เฉลี่ยอยู่ที่ 12.32%
ด้านคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ณ สิ้นปี 67 มีนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ถึงระดับ 62.50% ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเดิม คือ 2.50%
โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้มีการกระจายพอร์ตการลงทุน โดยแบ่งเป็น เงินสดและเงินฝากระยะสั้น 8.96%,กองทุนตราสารหนี้ 25.63%,หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 23.67%,หุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 22.79%,กองทุนอสังหาฯหรือ REIT 9.17%,ทองคำหรือกองทุนทองคำ 8.75% และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น Bitcoin ,น้ำมัน 1.03%
สำหรับการลงทุนหุ้นไทยนั้น แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหมวดธุรกิจ ค้าปลีก อาหาร เงินทุน/หลักทรัพย์ และการท่องเที่ยว ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รายที่มีหนี้สูง และธุรกิจประกัน
อย่างไรก็ตามด้านรายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำตรงกันตั้งแต่ 5 สำนักขึ้นไป พร้อมประเด็นหลักสนับสนุน มีดังนี้
1. AOT มองว่าได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวดีขึ้น โดยในปี 67 คาดนักท่องเที่ยว 34.5-35 ล้านคน จากปี 66 ที่ 27-28 ล้านคน คาดว่าจะเห็นมาตรการรัฐสนับสนุนเพิ่มเติม และนอกจากผลประกอบการจะฟื้นตัวตามการท่องเที่ยว ยังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับขึ้นค่า PSC และการเก็บค่า Transit/Transfer รวมถึงการรอรับโอน 3 สนามบินจากกรมท่าอากาศยาน
2. CPALL โดยได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยว High Season และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล Easy E-Receipt ตลอดจนการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึง Digital wallet ในปี 67 ช่วยหนุนการจับจ่ายใช้สอย
3. CPN โดยมองว่า ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องเช่นกัน ทั้งยังมีแผนการเปิดโครงการใหม่ในระยะยาว มองเป็นหุ้นที่น่าจะเป็นเป้าของกองทุน ThaiESG
4. GPSC ปัจจัยสนับสนุนจาก Bond Yield ที่ปรับตัวลง และคาดกำไรปี 67 โต 31% ฟื้นตัวตามค่าไฟที่คาดทยอยปรับขึ้น ขณะที่ต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มค่อยๆ ลดลง
สำหรับหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ หุ้น DELTA เกินมูลค่าปัจจัยพื้นฐานไปมากและหุ้นรายตัวที่มีภาระกู้ยืมสูง/เพิ่มทุน
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของทุกปีนักลงทุนจะกลับเข้าสู่ตลาดหลังจากหยุดเทรดไปในช่วงปลายปี ประกอบกับจะเริ่มเข้าสู่ฤดูประกาศงบและการประกาศจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยมักจะ Outperform ได้
ทั้งนี้คาดว่าปีนี้เม็ดเงินกองทุนรวม TESG น่าจะไหลเข้าทะลุ 10,000 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ทำได้ราว 6,000 ล้านบาท เนื่องจากมีเงื่อนไขดีกว่ากองทุนรวม SSF เพราะถือครองหุ้นแค่ 8 ปี ไม่เหมือนกองทุนรวม SSF ที่ต้องถือครองครบกำหนด 10 ปี รวมถึงปัจจุบันแวลูชั่นหุ้นไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการเข้ามาลงทุน
ส่วนทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติในปีนี้ คาดว่าจะเห็นเม็ดเงินไหลเข้ามาชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากคาดว่าเม็ดเงินงบประมาณปี 67 จะเริ่มเข้ามาในช่วงเดือนพ.ค.67 ซึ่งจะหนุนการลงทุนของภาครัฐและการลงทุนของภาคเอกชนให้ตามมา ประกอบกับคาดว่าจะเริ่มเห็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่มีความชัดเจนมากขึ้น
TQM ชู JUMP+ หนุนผลงานโตแกร่ง - PRAPAT รับมือ วิกฤติพลังงาน-สงคราม
ตลท. รับจดทะเบียน 13 DR ใหม่
TIDLOR ติดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 - PREB ลุยประมูลงานใหม่ โชว์ Backlog 9 พันล.
TIDLOR ติด Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่ 3
PTG แกร่ง! ติดอันดับต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน - EXIM BANK ส่งมาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน”
PTG ติด 'Fortune Southeast Asia 500' ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน