Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
DEMCO คว้างานสายส่งไฟฟ้าใต้ดิน 115 kV มูลค่า 839 ล้านบ.
MAI
MMM รายได้ Q1/69 โต 33% แจกปันผล - คลอด Warrant 2 ชุด
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง “QUICK” ลุยแผนเข้า mai
บล./บลจ
GBS ส่องกรอบดัชนีพ.ค. 1,470-1,545 จุด แนะเก็บหุ้นค้าปลีก
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 32.00-32.75 บ./ดอลลาร์
การค้า - พาณิชย์
“พาณิชย์” บุกแคนาดา ส่งข้าวไทยลุยงาน ‘SIAL Canada 2026’
พลังงาน - อุตสาหกรรม
GULF ไตรมาส 1/69 กำไรโต 9,326 ล้าน
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE กางแผน JUMP+ ชู AI-ดิจิทัล เสริมบริการโลจิสติกส์ครบวงจร
แบงก์ - นอนแบงก์
TTB ลุยตั้งมาตรฐานใหม่ธุรกรรมผ่านบัญชี “ttb all free”
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
TIDLOR โชว์กำไร Q1/69 นิวไฮ 1,613.7 ล.
SMEs - Startup
SCBX ผนึก จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือด้าน “ควอนตัม”
ประกันภัย - ประกันชีวิต
วิริยะประกันภัย-ขนส่งทางบก จัดอบรมใบขับขี่ปี 69
รถยนต์
PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 พร้อมระเบิดความมันส์
ท่องเที่ยว
KBANK สะกิดธุรกิจโรงแรมเร่งปรับตัวรับ ศก.ผันผวน
อสังหาริมทรัพย์
SAM เปิดระบบแก้หนี้ด้วยตนเองบน LINE OA
การตลาด
OSP อัปเกรด ‘เบบี้มายด์ - อัลตร้ามายด์’ ชูนวัตกรรม Skinification
CSR
SCBX ผนึก จุฬาฯ ลงนามความร่วมมือด้าน “ควอนตัม”
Information
EXIM BANK ร่วมประชุมหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ
Gossip
SA ส่ง “เพสโต” สาขา 3 บุกพระราม 9
Entertainment
ทีทีบี จัดกิจกรรม fintalk “ปลดล็อกสกิลลับ รับรายได้เพิ่มทุกเดือน”
สกุ๊ป พิเศษ
PTG เดินหน้าธุรกิจปีม้าไฟ รุกพัฒนา Max World Ecosystem
‘ยูโอบี ประเทศไทย’ ชี้โอกาสลงทุนยุค “ทรัมป์ 2.0”
2025-01-27 18:18:03
278
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – ยูโอบี ประเทศไทย มองธีมลงทุนปี 68 รับการกลับสู่ยุค “ทรัมป์ 2.0” แนะลงทุนหุ้นที่ไม่ใช่กลุ่ม 'Magnificent Seven' เช่น หุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ได้แก่ กลุ่มการเงิน เทคโนโลยี และพลังงาน
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายกิดอน เจอโรม เคสเซล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า การกลับมาของทรัมป์และชัยชนะของพรรครีพับลิกันในทั้ง 2 สภา จะยิ่งสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ช่วงปีที่ผ่านมาหุ้นขนาดใหญ่ (mega-caps) ในสหรัฐฯ เป็นตัวหลักที่ผลักดันผลตอบแทนของดัชนีโดยรวม ในปี 2568 นักลงทุนอาจพิจารณาโอกาสลงทุนในหุ้นอื่นๆที่ไม่ใช่กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า เนื่องจากหุ้นเหล่านั้นมีมูลค่าที่ถูกกว่าและมุ่งเน้นตลาดในประเทศมากกว่า โดยมีการปรับประมาณการผลประกอบการในหุ้นที่ไม่ใช่กลุ่ม 'Magnificent Seven' เพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดว่าผลกำไรจะกระจายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จะทำให้หุ้นนอกเหนือจากหุ้นขนาดใหญ่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้น เช่น หุ้นขนาดเล็กของสหรัฐฯ รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์จากการยกเลิกกฎระเบียบต่างๆ ได้แก่ กลุ่มการเงิน เทคโนโลยี และพลังงาน
Myh’ouh นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาคเทคโนโลยี โดยเพิ่มมูลค่าตลาดกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัทชั้นนำ 5 แห่ง ผู้ได้รับประโยชน์อันดับต้นๆ เช่น Nvidia ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ทันทีจากการแข่งขันเพื่อฝึกโมเดลต่างๆ ที่ต้องการพลังการคำนวณมหาศาล อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่าผู้นำในอุตสาหกรรมในที่สุดจะขยายไปยังบริษัทที่สามารถเพิ่มมูลค่าผ่านแอปพลิเคชัน เช่น บริษัทซอฟต์แวร์ เป็นต้น ภาคส่วนที่สำคัญต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในระยะยาวที่จะมีเห็นยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภค เป็นต้น
สำหรับเศรษฐกิจนอกสหรัฐฯ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับประเทศที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ น้อยลง ในขณะที่จีนยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดและความเสี่ยงจากกำแพงภาษี แม้ว่าตลาดมีการปรับตัวจากปัจจัยเหล่านี้ไปบางส่วนแล้ว รัฐบาลจีนยังสามารถผ่อนคลายและกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มการบริโภคในประเทศได้ แต่จนถึงขณะนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนยังคงดำเนินการด้วยความระมัดระวัง นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในจีนควรมุ่งเน้นไปยังภาคอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งมีความผันผวนต่ำ เน้นการบริโภคภายในประเทศ และจ่ายเงินปันผลสูง
ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นเอเชียยังส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าจะมีความไม่แน่นอนจากความตึงเครียดทางการค้าและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่ไม่แน่นอน แต่มูลค่าตลาดหุ้นเอเชียยกเว้นญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจ รายได้ของบริษัทต่างๆยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง และเมื่อรวมกับความเป็นไปได้ในการออกมาตรการการกระตุ้นทางการคลังเพิ่มเติมของจีนอาจช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง นักลงทุนควรเน้นความคล่องตัวและเชิงรุกในการลงทุนในหุ้นเอเชียและจีนเพื่อคว้าโอกาสและลดความผันผวนของพอร์ตโฟลิโอ หุ้นปันผลคุณภาพสูงของเอเชียยังให้รายได้ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถพิจารณาการกระจายการลงทุนไปเพิ่มเติมในหุ้นอาเซียน
ทั้งนี้ ท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง การปรับลดอัตราดอกเบี้ยยังคงจำกัด อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุน หลายนโยบายมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมการเติบโตอย่างชัดเจน แต่บางนโยบาย เช่น การเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของสหรัฐฯ และทำให้เงินเฟ้อในภาคบริการสูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายเชิงโครงสร้างมักนำมาซึ่งความผันผวน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 10 ปีที่ 4.6% อยู่ในระดับค่าเฉลี่ยระยะยาว การลงทุนในตราสารหนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นในขณะที่ให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม นักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มที่ใช้ในการระดมทุนของธนาคาร เช่น ตราสารหนี้ประเภท AT1, T2 และ Senior TLAC เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนตราสารหนี้ที่หลากหลาย เรายังคงแนะนำให้จัดสรรการลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง เนื่องจากทองคำมีผลการดำเนินงานที่ดีในปี 2567 และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการเข้าซื้อทองคำจากธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอยู่
โดยรวมแล้วคาดว่าตลาดจะยังคงมีแรงหนุนให้เติบโตในปี 2568 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับช่วงเวลาของความผันผวนจากความไม่แน่นอนจากนโยบาย แม้ว่าผลตอบแทนจากตลาดหุ้นโดยรวมจะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น แต่คาดว่าอัตราผลตอบแทนไม่น่าจะสูงเท่ากับสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังคาดว่าผลตอบแทนจากหุ้นจะกระจายตัวมากขึ้น และหมายถึงโอกาสในการทำผลตอบแทนที่ดีกว่าให้กับนักลงทุนด้วย
DEMCO คว้างานสายส่งไฟฟ้าใต้ดิน 115 kV มูลค่า 839 ล้านบ.
WHAUP ปิดดีลขายหุ้นกู้-กรีนบอนด์ 4 พันล. จองล้น 3 เท่า
TIDLOR งบโค้งแรกกำไรนิวไฮ 1.6 พันล. - QTC ดัน Backlog พุ่ง 1.7 พันล.
GUNKUL โชว์ไตรมาส 1/69 รายได้รวม 2,587 ลบ. กำไรโต 24%
TEGH ผนึกภาครัฐ-เอกชน ดันไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
QTC ไตรมาส 1/69 รายได้โต 65%