Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
NER Q2/69 กำไรแกร่ง 436 ล้านบ. - SET คลังปรับเพิ่ม DGP หนุนดัชนีปิดบวก 2%
MAI
KUN ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 278 ล้านบาท โต 40%
IPO
FLE โรดโชว์ 4 จังหวัด ก่อนเสนอขาย IPO 100 ล้านหุ้น
บล./บลจ
SCB WEALTH ถอดรหัส Dollar Reset ชี้กลยุทธ์ลงทุนครึ่งปีหลัง
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
BAY ส่องกรอบเงินบาท 33.00-33.60 บ./ดอลลาร์ เกาะติดจ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
ยูโอบี ชี้ SME ไทยปี 69 เข้าสู่ยุค “โตทน” ท่ามกลางศก.ผันผวน
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SUSCO คว้าป้ายสัญลักษณ์ "หัวจ่ายสีทอง" การันตีความเที่ยงตรง
คมนาคม - โลจิสติกส์
TRUE เปิดตัว “Quantum Club Thailand”
แบงก์ - นอนแบงก์
EXIM BANK ส่งโปรโมชั่นพิเศษ ร่วมงาน Franchise Expo Thailand 2026 by SMART SME EXPO
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
“มีที่ มีเงิน” ปรับเงื่อนไขสินเชื่อใหม่ หนุน SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
SMEs - Startup
INNOPOWER จับมือ Triple Dot Consulting พัฒนา Data & AI
ประกันภัย - ประกันชีวิต
อลิอันซ์ อยุธยา ชวนวางแผนประกันก่อนเป็นมะเร็ง
รถยนต์
PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 เตรียมระเบิดความมันส์!
ท่องเที่ยว
Atome จับมือ Agoda เปิดแคมเปญ "ทริปนี้มีลุ้น" มอบสิทธิ์พักโรงแรมหรู
อสังหาริมทรัพย์
SAM เปิดโอกาสชาวฝั่งธนแก้หนี้เสียต่ำแสน ผ่านโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”
การตลาด
JAS จัดกิจกรรม “FAN CONNECT” ชวนแฟนลูกยางใกล้ชิดนักตบสาวไทย
CSR
INNOPOWER จับมือ Triple Dot Consulting พัฒนา Data & AI
Information
วิริยะประกันภัย ร่วมผลักดันเยาวชนสู่เวทีวิชาการด้านประกันภัย
Gossip
EKH ชวนทำบุญใหญ่! เปิดรับบริจาคโลหิต
Entertainment
ทีทีบี ฟินทิป ชวนเปลี่ยนความเชื่อ คนผ่อนดีควรได้ดอกเบี้ยที่ดี
สกุ๊ป พิเศษ
PTG ศักยภาพแข็งแกร่งระดับภูมิภาค
SCB EIC ลุ้นกนง.หั่นดอกเบี้ยสู่ 1.25% หลังศก.ไทยยังเผชิญความเสี่ยง
2025-06-26 20:21:20
712
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - SCB EIC ประเมิน กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งสู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปีนี้ แม้ปรับประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ดีขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสงครามการค้า ความเปราะบางของภาคครัวเรือน และภาคธุรกิจ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายนนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการนโยการเงิน (กนง.) มีมติ 6:1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% โดยมีกรรมการฯ 1 ท่านเห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% การคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้มาจากการประเมินของ กนง. ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาสามารถรองรับความเสี่ยงได้ดีระดับหนึ่ง นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า และให้ความสำคัญเรื่องจังหวะเวลากับประสิทธิผลของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยเห็นว่าความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน ประกอบกับ Policy space ที่มีจำกัด ทำให้การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้เหมาะสมกับแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะชะลอลงและจะเผชิญความเสี่ยงสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
โดยในการประชุมครั้งนี้ กนง. กลับมาประเมินกรณีฐาน (Baseline) ของแนวโน้มเศรษฐกิจไทย โดยมองว่าผลกระทบของสงครามการค้ามี “ขอบเขตจำกัดขึ้น” สหรัฐฯ อาจไม่ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าในระดับสูงเป็นวงกว้าง ซึ่งแตกต่างจากการประเมินในการประชุมครั้งก่อนที่ กนง. ไม่ได้ระบุ Baseline ชัดเจน อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกยังคงอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ 2.3% สูงกว่าการประเมินครั้งก่อนที่ 2.0% ใน Reference Scenario (กรณี Tariff ต่ำ) และ 1.3% ใน Alternative Scenario (กรณี Tariff สูง) จากข้อมูลจริงไตรมาส 1 ที่ออกมาดีกว่าคาด และเครื่องชี้เศรษฐกิจไตรมาส 2 ที่ยังขยายตัวดี อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี จากการส่งออกสินค้าที่ลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลง นอกจากนี้ สถานการณ์การแข่งขันสูงจากสินค้านำเข้ายังเป็นปัจจัยกดดันภาคธุรกิจไทย
ขณะที่ในปี 2569 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ 1.7% ต่ำกว่าการประเมินครั้งก่อนที่ 1.8% ใน Reference Scenario (กรณี Tariff ต่ำ) แต่สูงกว่า 1.0% ใน Alternative Scenario (กรณี Tariff สูง) ซึ่งสมมติฐานประมาณการ GDP รอบนี้ กนง. คำนึงถึงผลของงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทของรัฐบาลเข้าไปทั้งหมด และได้รวมผลกระทบจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชาในปัจจุบันไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รวมปัจจัยทางการเมือง โดยกนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 2.0% ไม่มาก หากไม่เกิด Shock รุนแรง จนทำให้เกิด Technical recession (GDP QoQsa ติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน) ซึ่งในอดีตโอกาสที่จะเกิด Technical recession มีไม่มาก หากไม่ได้เกิดวิกฤติ
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ประเมินว่าจะอยู่ที่ 0.5% และ 0.8% ในปี 2568 และ 2569 ตามลำดับ จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก โดยในปัจจุบันไม่เห็นราคาสินค้าลดลงเป็นวงกว้าง ขณะที่ค่าครองชีพบางหมวดยังปรับสูงขึ้น เช่น อาหารสำเร็จรูป เครื่องประกอบอาหาร ดังนั้น กนง. จึงประเมินว่าไทยจะมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด (Deflation) ต่ำ สำหรับสถานการณ์อิสราเอล-อิหร่าน กนง. ยังคงมองว่าเป็นความเสี่ยงด้านสูงต่อเงินเฟ้อ และยังไม่รวมใน Baseline ประมาณการครั้งนี้ ในส่วนของสินเชื่อชะลอลง จากความต้องการสินเชื่อที่ลดลงและความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit risk) ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งประสบปัญหาความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า
อย่างไรก็ตาม ในการสื่อสารครั้งนี้ กนง. มองว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้าจะต้องดำเนินการในจังหวะเวลา (Timing) ที่เหมาะสมเพื่อให้นโยบายการเงินมีประสิทธิผลสูงสุด เนื่องจากมี Policy space ที่จำกัด โดยสถานการณ์ในขณะนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูงอาจส่งผลให้นโยบายการเงินมีประสิทธิผลไม่มากที่เท่าควร นอกจากนี้ กนง. มองว่าเครื่องมืออัตราดอกเบี้ยนโยบายมีผลจำกัดต่อปัญหาที่กระจุกตัวอยู่ในบางสาขาของเศรษฐกิจ เช่น การเข้ามาแข่งขันของสินค้านำเข้า
โดยการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับการขยายตัวและคุณภาพของสินเชื่อ, ผลกระทบของสงครามการค้า, ความเสี่ยงภูมิศาสตร์ และปัจจัยภายในประเทศ นอกจากนี้ กนง. อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยได้ หากภาวะการเงินตึงตัวเป็นวงกว้างและไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ SCB EIC ประเมินว่านโยบายการเงินอาจผ่อนคลายเพิ่มเติม เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบอดีต ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำลงกว่าระดับศักยภาพมาก โดยหากพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง (โดยคิดจากค่า Median ของเงินเฟ้อคาดการณ์ในอีก 1 ปีข้างหน้าจาก Bloomberg) จะพบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยอยู่ที่ราว 1% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีค่าเฉลี่ยใกล้เคียง 0% เท่านั้น ดังนั้น ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอาจยังผ่อนคลายไม่เพียงพอตามที่ กนง. ประเมิน
โดยกนง. ประเมินเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะชะลอลงกว่าปีนี้ และนโยบายการเงินต้องใช้ระยะเวลาในการส่งผ่าน ดังนั้น กนง. จึงอาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในปีนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะชะลอลงในปีหน้า ในระยะข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยจะยังเป็นขาลง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ และเอื้อต่อกระบวนการลดระดับหนี้ (Deleveraging) ของครัวเรือน ส่วนความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน-สหรัฐฯ อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้นได้ หากสถานการณ์รุนแรง จนทำให้ราคาโภคภัณฑ์สูงขึ้น เงินเฟ้อไทยเร่งตัวสูงเกินกรอบเป้าหมาย จะชะลอการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของ กนง.
SCB EIC จึงมองว่า กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้สู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปี 2568 เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น สอดรับกับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2568 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นทั้งจากสงครามการค้า ความเปราะบางของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะข้างหน้าด้วย
NER Q2/69 กำไรแกร่ง 436 ล้านบ. - SET คลังปรับเพิ่ม DGP หนุนดัชนีปิดบวก 2%
ตลท. เผยเดือน ก.ค. ดัชนีปิดที่ 1,623.64 จุด
NER โชว์ Q2/69 สุดแกร่ง! กำไรสุทธิ 436.36 ลบ.
CCET เคาะ 'ซื้อ' ให้เป้า 10.00 บ. - EASTW ผนึก อจน. ศึกษา "Water Reuse"
EASTW จับมือ อจน. ศึกษา "Water Reuse"
GUNKUL โบรกฯ ส่องกำไร Q2 แตะ 500 ล. - CIMBT หนุนลูกค้าลุยเปลี่ยนผ่านธุรกิจ