Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” - WP โชว์โรดแมพJUMP+
MAI
MPJ เพิ่มลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง รองรับลูกค้าโซน EEC
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง UNIX จ่อขายไอพีโอ 180 ล้านหุ้น
บล./บลจ
orbix INVEST ลดค่าธรรมเนียม ‘Orbix BTC Flagship’ เหลือ 0%
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC ชี้ศก.ไทยปีม้าโตเพียง 1.5% ปัจจัยบวกหดหาย
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank หนุนผู้ประกอบการใช้ AI ยกระดับธุรกิจ
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC แนะอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ไทยรับมือความเสี่ยงภาษีชิป AI ของสหรัฐฯ
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE ยกระดับความยั่งยืน รับการประเมินระดับ “Silver” จาก EcoVadis
แบงก์ - นอนแบงก์
TTB เปิดแผน ‘Wealth Banking’ ตั้งเป้า AUM แตะ 7.5 แสนล.
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD แกร่ง! ฟิทช์คงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-(tha)’
SMEs - Startup
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต ปรับพอร์ตแนะนำยูนิตลิงค์ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน
รถยนต์
กรุงศรี ออโต้ ชวน เช็ก 5 ข้อก่อน(เช่า)ซื้อ มอเตอร์ไซค์อีวี
ท่องเที่ยว
TAGTHAi จับมือ BEM หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อสังหาริมทรัพย์
A5 โชว์การเงินแกร่ง ไม่ Roll Over หุ้นกู้ พร้อมลุยธุรกิจใหม่
การตลาด
CardX จับมือ JCB เปิดแคมเปญ “JAPAN CASHBACK ให้ความสุขในทุกดีล”
CSR
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
Information
LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” สร้างโอกาสการลงทุนโลกการเงิน
Gossip
STARM จัดแคมเปญพิเศษ มอบส่วนลดสุดคุ้ม!
Entertainment
ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0
สกุ๊ป พิเศษ
ภาวะธุรกิจที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
การเมืองชัด นโยบายต่อเนื่อง หนุน ศก.ฟื้น
2025-09-16 15:50:59
425
sharer
ศูนย์วิจัยกรุงศรี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวชัดเจน แต่การขยับขึ้นของเงินเฟ้อ อาจเป็นอุปสรรคต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 2.7% สู่ระดับ 2.9% YoY ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 3.1% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 263,000 ราย ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 6 กันยายน สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกันยายนปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ที่ 55.4
เครื่องชี้ทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังคงสะท้อนภาพการชะลอตัวที่ต่อเนื่อง อาทิ การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่อ่อนแอ อัตราการว่างงานสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี รวมถึงตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ซึ่งเพิ่มโอกาสเฟดในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยวิจัยกรุงศรีคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มลงได้อีก 2-3 ครั้ง (ครั้งละ 0.25%) นับจากการประชุมเดือนกันยายนจนถึงสิ้นปีนี้ แต่ความเร็วในการปรับลดยังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบของนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์
ฝั่งโซนยุโรป ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ ECB ส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรดอกเบี้ยขาลง ขณะที่ปัญหาการเมืองในฝรั่งเศส มีโอกาสลากยาว โดย ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2.0% ในการประชุมวันที่ 11 กันยายน โดยประธาน ECB ระบุว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมีความสมดุลมากกว่าเดิม พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ปี 2568 ขึ้นจาก 0.9% สู่ระดับ 1.2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อปีนี้คาดไว้ที่ 2.1% ก่อนปรับลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% ในปี 2569-70
ปัญหาการเมืองในฝรั่งเศสมีโอกาสลากยาว แม้ว่าประธานาธิบดีมาครงแต่งตั้ง "เซบาสเตียน เลอคอร์นู" รัฐมนตรีกลาโหมเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายฟรองซัว เบย์รู ที่เพิ่งลาออกไป แต่การรวบรวมคะแนนเสียงที่จำเป็นต่อการผ่านร่างกฎหมายต่าง ๆ และงบประมาณประจำปียังคงมีความท้าทาย
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจของยูโรโซน ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากการบริโภคที่ซบเซา ค่าจ้างที่โตชะลอลงต่อเนื่อง 4 ไตรมาส และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลง ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มถูกกดดันมากขึ้นจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวดังกล่าวยังไม่รุนแรงถึงระดับเสี่ยงต่อภาวะถดถอย เมื่อประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ใกล้เคียงเป้าหมายบริเวณ 2% วิจัยกรุงศรีคาดว่า ECB มีแนวโน้มชะลอการปรับลดดอกเบี้ยออกไปเพื่อรอประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมหลังจากปรับลดลง 8 ครั้งติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567
หันมาฝั่งจีน เผชิญแรงกดดันจากภายนอกเพิ่มมากขึ้น การส่งออกในเดือนสิงหาคมขยายตัวต่ำสุดในรอบ 6 เดือนที่ 4.4% YoY ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ หดตัวเร่งขึ้นจาก -21.7% ในเดือนกรกฎาคมเป็น -33.1% ในเดือนสิงหาคม ส่วนการส่งออกไปยังคู่ค้าสำคัญอื่นยังขยายตัวได้สูง เช่น อาเซียน (+22.5%) และสหภาพยุโรป (+10.4%) ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงต่ำกว่า 1% นานติดต่อกัน 30 เดือน อีกด้านหนึ่ง เม็กซิโกประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 50% สำหรับรถยนต์ 35% สำหรับเหล็ก ของเล่นและมอร์เตอร์ไซด์ และ 10-50% สำหรับสิ่งทอ
นอกจากผลเชิงลบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แล้ว จีนเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากการขึ้นภาษีนำเข้าของชาติพันธมิตรสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน การส่งออกไปยังคู่ค้าสำคัญอื่น อาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยอุปสงค์จากสหรัฐฯ ที่ลดลง อีกทั้งยังเสี่ยงเผชิญภาษีสวมสิทธิ์จากสหรัฐฯ เพิ่มเติม ดังนั้น จีนจำเป็นต้องหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น เพื่อพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นการบริโภคอาจให้ผลบวกที่จำกัดเฉพาะในระยะสั้น ขณะที่มาตรการแก้ปัญหาการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงและอุปทานส่วนเกิน ต้องอาศัยเวลาพอสมควรกว่าจะเห็นผลชัดเจน
ในส่วนของเศรษฐกิจไทย สถานการณ์การเมืองที่ชัดเจนขึ้นและความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย คาดช่วยหนุนการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ
โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมร่วงต่ำสุดในรอบ 32 เดือน รัฐบาลชุดใหม่เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคมลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 ที่ 50.1 จาก 51.7 ในเดือนกรกฏาคม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับ (i) ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ (สำรวจก่อนมีการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง) (ii) เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า และ (iii) ผลกระทบของนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อภาคส่งออกและการจ้างงานในประเทศ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับลดลงต่อเนื่องจนแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี เป็นสัญญาณสะท้อนถึงแรงกดดันต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือน สอดคล้องกับตัวเลขดัชนีการบริโภคภาคเอกชน (PCI) ซึ่งธปท. รายงานว่าในเดือนกรกฎาคมหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ที่ -0.2% MoM ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมือง ภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า และการลดลงของรายได้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รัฐบาลชุดใหม่เตรียมนำมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้ง โดยอาจใช้งบประมาณวงเงินราว 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเดิมเตรียมไว้ใช้ทำโครงการ Digital Wallet ช่วยพยุงการบริโภคภายในประเทศในระยะสั้น รวมทั้งช่วยบรรเทาความกังวลของผู้บริโภค ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจรายย่อยที่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก โดยภาพรวมน่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยยังพอมีแรงขับเคลื่อนจากอุปสงค์ในประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็นจังหวะที่แรงกดดันจากภาคต่างประเทศส่งผลต่อการส่งออกชัดเจนขึ้น
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้ระบุถึงนโยบายสำคัญ 4 ด้าน ที่จะเร่งดำเนินการในช่วงบริหารประเทศ ได้แก่ (i) ด้านเศรษฐกิจ: ลดค่าครองชีพด้านพลังงานและการเดินทาง แก้ปัญหาหนี้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนฐานราก (ii) ด้านความมั่นคง แก้ปัญหาความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชาด้วยสันติวิธี ยึดหลักไม่เสียดินแดน ไม่เสียประโยชน์ และชดเชยผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง (ii) ด้านภัยธรรมชาติ: จัดทำระบบเตือนภัย ป้องกัน เยียวยา และชดเชยความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม และ (iv) ด้านภัยสังคม: ปราบปรามยาเสพติด ค้ามนุษย์ การพนัน และสแกมเมอร์ โดยสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
บรรยากาศทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น และการแถลงทิศทางนโยบายด้านต่างๆ ข้างต้น คาดว่าจะช่วยหนุนให้การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายสำคัญคือ การคำนึงถึงประสิทธิผลของนโยบายและการทำให้นโยบายเหล่านี้เกิดผลจริงในระยะเวลาอันสั้น ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณ และสถานะของรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่อาจกระทบต่อการผลักดันบางนโยบาย ดังนั้น การจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินนโยบาย รวมทั้งการทำในสิ่งที่เร่งด่วนและเห็นผลได้เร็ว ควบคู่กับการวางรากฐานในระยะข้างหน้า น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางแรงกดดันที่มากขึ้นจากสถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศ
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” - WP โชว์โรดแมพJUMP+
WP เปิดแผนธุรกิจ JUMP+ ปักธงรายได้โตแกร่ง
FETCO ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนหน้าอยู่ที่ 165.37
PTECH ไฟเขียวเพิ่มทุน ขาย RO อัตรา 2:1 ราคา 2 บ./หุ้น
BANPU เดินหน้ากลยุทธ์ Energy Symphonics - NER โบรกฯ เชียร์ 'ซื้อ' เป้า 6.20 บ.
WHAUP ผนึกกำลัง “รีเอ็กซ์ โปรดักส์” หนุนสู่ Green Factory