Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
KBANK ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์ - EKH โบรกฯ ชี้เป้า 5.85 บ./หุ้น
MAI
MOTHER โค้งท้ายปีสดใส ไฮซีซันท่องเที่ยวหนุนรายได้โต
IPO
PUEAN ยื่นไฟลิ่งขายหุ้นกู้มีประกัน มูลค่า 200 ล.
บล./บลจ
กบข. เตรียมส่งผลตอบแทน 1,789 ล้านบ. เป็นรายได้แผ่นดิน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
SCB EIC ชี้วัฏจักรการลงทุน AI โลก หนุนศก.ไทย แต่ฟื้นตัวแบบ K-shaped
การค้า - พาณิชย์
EXIM BANK ผนึก 2 หน่วยงานรัฐ หนุน SMEs ไทยลุยเวทีโลก
พลังงาน - อุตสาหกรรม
INNOPOWER ผนึก EECO หนุนอุตฯ EEC มุ่งสู่ Carbon Neutrality
คมนาคม - โลจิสติกส์
PROSPECT REIT เคาะปันผล 0.1400 บ. ลุยเปิดจองซื้อหน่วยเพิ่มทุนครั้งที่ 3
แบงก์ - นอนแบงก์
EXIM BANK จัดเต็มโปรโมชันเพื่อผู้ส่งออก ต่อยอดธุรกิจไทย สู่ตลาดโลก
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
PUEAN ลุยสาขาใหม่ ดันพอร์ตสินเชื่อโต 900 ล.
SMEs - Startup
Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น
ประกันภัย - ประกันชีวิต
วิริยะประกันภัน ชวนศึกษาหลักเกณฑ์ พ.ร.บ. ใหม่
รถยนต์
PTG โชว์ความสำเร็จ PT MAXNITRON RACING SERIES 2026 สนาม 2
ท่องเที่ยว
SCB PLANET PLUS ผนึก KTO และ KKday ส่งแคมเปญ “เที่ยวคุ้ม ทั่วโลก”
อสังหาริมทรัพย์
SAM ชวนชาว “ฝั่งธน-เมืองนนท์” แก้หนี้เสียต่ำแสน ลดต้น - ฟรีดอกเบี้ย
การตลาด
CPW กระแส iPhone 18 คึกคัก รับโค้งท้ายปี
CSR
Orbix Tech ชี้ Blockchain ก้าวสู่โครงสร้างพื้นฐานแห่งความเชื่อมั่น
Information
ออมสิน ส่งท้ายโรดโชว์ 4 ภาค “ออม-เรียน เธชัน” สร้างภูมิการเงินวัยทีน
Gossip
SA ชวนติดโซลาร์เซลล์
Entertainment
Eternity at One จับมือ SCB WEALTH เปิดศึกกอล์ฟส่งท้ายปี
สกุ๊ป พิเศษ
ซิกเว่ แบ่งปันมุมมอง ขับเคลื่อนศก.ไทยด้วย 'หลัก AI ที่มีความรับผิดชอบ'
GULF ไตรมาส 3/68 รับรู้ Core Profit นิวไฮ 7,280 ล้านบ.
2025-11-06 20:25:15
351
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - GULF รับรู้ Core Profit ไตรมาส 3/68 จำนวน 7,280 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากธุรกิจพลังงาน และส่วนแบ่งกำไรจาก AIS คาดไตรมาส 4 ผลดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดยนางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เปิดเผยว่า บริษัทฯ รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/2568 มีรายได้รวม (total revenue) อยู่ที่ 30,177 ล้านบาท ลดลง 26% จาก 40,617 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ของกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP ที่ลดลงตามฤดูกาล ประกอบกับ ราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงาน (core profit) เพิ่มขึ้น 3% จาก 7,101 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เป็น 7,280 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 2% จาก 13,432 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เป็น 13,641 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
ผลดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน ทั้งกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP เพิ่มขึ้นในไตรมาส 3/2568 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 7 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น จากราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่ลดลงในอัตราที่สูงกว่าการลดลงของราคาค่า Ft นอกจากนี้ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในสหรัฐฯ และยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รับรู้กำไรที่ลดลงจากโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit ที่ลดลงเล็กน้อยจากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหินกอง (HKP) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากทั้งสองโครงการดังกล่าวมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนงาน A-Inspection ในระหว่างไตรมาส ประกอบกับปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลงตามความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมของประเทศที่ชะลอตัวตามฤดูกาล โดย GPD มี load factor เฉลี่ยลดลงจาก 75% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 45% ในไตรมาสนี้ ในขณะที่ HKP มี load factor เฉลี่ยลดลงจาก 87% ในไตรมาส 2/2568 เป็น 80% ในไตรมาสนี้
ในส่วนของธุรกิจก๊าซ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการ PTT NGD จำนวน 199 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 ลดลง 4% จาก 208 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เนื่องจากราคาน้ำมันเตาลดลงในอัตราที่สูงกว่าราคาค่าก๊าซธรรมชาติ โดยราคาน้ำมันเตาลดลงจาก 70.5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 2/2568 เป็น 66.4 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาสนี้ ซึ่งราคาขายส่วนใหญ่ของโครงการ PTT NGD จะอิงกับราคาน้ำมันเตา ในขณะที่ต้นทุนจะขึ้นอยู่กับราคาก๊าซธรรมชาติ สำหรับธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ ได้นำเข้า LNG มาแล้วจำนวนรวม 42 ลำ หรือประมาณ 2.85 ล้านตัน
ขณะเดียวกัน ในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากการลงทุนใน AIS จำนวน 3,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จาก 3,483 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS และในไตรมาส 3/2568 บริษัทฯ รับรู้รายได้จากเงินปันผลที่ลดลงจาก 1,044 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เป็น 276 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568 โดยหลักเป็นผลมาจากเงินปันผลรับจากการลงทุนใน KBANK ที่น้อยลงจาก 977 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 เป็น 215 ล้านบาท ในไตรมาส 3 นี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 3/2568 จำนวน 13,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับ 13,432 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2568 ในขณะที่กำไรสุทธิ (net profit) ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) ในไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 7,274 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 752,800 ล้านบาท หนี้สินรวม 398,589 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 354,211 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (net interest-bearing debt to equity) อยู่ที่ 0.85 เท่า ลดลงจาก 0.87 เท่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ
นางสาวยุพาพินกล่าวว่า ในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (solar farms) และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (solar farms with battery energy storage systems) ภายในประเทศ จำนวน 7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 597 เมกะวัตต์ จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ในขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) มีกำหนดเปิดดำเนินการตามแผนในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 เป็นช่วง high season ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul Corporation ในประเทศไทย และโครงการ BKR2 ในประเทศเยอรมนี คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทฯ คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นอีก จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ รวมกำลังการผลิตติดตั้ง 623 เมกะวัตต์ รวมถึงการเปิดดำเนินการของโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ ในเดือนพฤษภาคมปี 2569 ในขณะที่โครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะดำเนินการจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีกประมาณ 50 เมกะวัตต์ ในปี 2569 นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้า data center เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี 2569 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในส่วนของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) มีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 3/2569
ในส่วนของธุรกิจก๊าซ ในปี 2569 กลุ่มบริษัทฯ มีแผนขยายการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จาก shipper fee นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการดำเนินกลยุทธ์ LNG optimization เพื่อบริหารจัดการการนำเข้า การขนส่ง และการจำหน่าย LNG อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2569 จะได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลรับจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G การเพิ่มขึ้นของ ARPU และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังจากการชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz
ในขณะที่กลุ่มธุรกิจดิจิทัลจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในปี 2569 โดยจะเป็นปีแรกที่บริษัทฯ รับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของโครงการ GSA01 ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูล (data center) ขนาด 25 เมกะวัตต์ ที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ Singtel และ AIS ภายหลังจากที่ได้เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่โครงการ GSA02 ซึ่งมีขนาด 38 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1/2570 โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการศูนย์ข้อมูลเป็น 300-500 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย สำหรับธุรกิจคลาวด์ (cloud) บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ AIS ภายใต้บริษัทฯ G-AIS เพื่อให้บริการระบบคลาวด์ทั้งในรูปแบบ public cloud และ private cloud โดยร่วมมือกับ Oracle Alloy, Google และ Microsoft ในการให้บริการระบบคลาวด์และพัฒนาโซลูชันด้านดิจิทัลร่วมกัน เพื่อขยายการเข้าถึงนวัตกรรมคลาวด์และเทคโนโลยี AI ตลอดจนเสริมความแข็งแกร่งด้าน cybersecurity เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งที่เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 16,000 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีกประมาณ 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่า 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมดจะมาจากพลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
KBANK ออกหุ้นกู้ 800 ล้านดอลลาร์ - EKH โบรกฯ ชี้เป้า 5.85 บ./หุ้น
ตลท. ผุดโครงการ BOI to IPO - PTG ผนึก กฟน. เพิ่มทางเลือกแลก POINT
ตลท. เช็น MOU บีโอไอ-ก.ล.ต. ผุด BOI to IPO
PTG ผนึก กฟน. เชื่อมระบบคะแนน MEA Point แลก Max Point
TEGH โบรกฯ คาดกำไรโต 560 ล้าน - AMATA ทุ่มลงทุน 3.1 พันล้านบ.
TEGH โบรกฯ เคาะเป้าราคาสูง 4.40 บ.