Phones





กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 30.80-31.30 จับตาปมภาษีทรัมป์

2026-02-23 20:18:30 185



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.30 บาทต่อดอลลาร์ รอติดตามประเด็นศาลฎีกาสหรัฐฯวินิจฉัยว่ากฎหมาย IEEPA ส่งผลให้ “ทรัมป์” งัดแผนการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกตามมาตรา 122 ในอัตรา 15% มาใช้ ส่งผลกระทบด้านนโยบายเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
 
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.80-31.30 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 30.97-31.32 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ โดยได้แรงหนุนจากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เมื่อเดือนม.ค. ซึ่งสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิก FOMC โดยเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้เนื่องจากประเมินว่าความเสี่ยงด้านลบต่อการจ้างงานลดลง ขณะที่เฟดกังวลว่าเงินเฟ้อยังคงสูง
 
นอกจากนี้ เฟดเตือนเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม โดยระบุว่าการลดดอกเบี้ยอาจถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าความมุ่งมั่นของเฟดที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% นั้นอาจอ่อนแอลง ขณะที่สภาพคล่องการซื้อขายในตลาดการเงินหลักหลายแห่งของเอเชียเป็นไปอย่างเบาบางเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 11,041 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 8,631 ล้านบาท
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้มองว่า หลังศาลฎีกาสหรัฐฯวินิจฉัยว่ากฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการเก็บภาษีศุลกากร ทำเนียบขาวจึงประกาศแผนการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลกตามมาตรา 122 ในอัตรา 15% ภายใต้ระยะเวลาจำกัด 150 วัน เว้นแต่สภาจะขยายเวลาเพิ่มเติม ความไม่แน่นอนด้านนโยบายกำลังเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง รวมถึงข้อกังวลว่ารายได้จากภาษีศุลกากรที่จัดเก็บไปก่อนหน้านี้อาจต้องถูกคืนซึ่งจะทำให้สหรัฐฯขาดดุลการคลังมากขึ้น ขณะที่การยกเลิกภาษีศุลกากรอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยเรายังคงคาดว่ารัฐบาลทรัมป์จำเป็นต้องลดผลกระทบของเงินเฟ้อในปีนี้ซึ่งจะมีการเลือกตั้งกลางเทอม ในภาวะเช่นนี้ คาดว่าโมเมนตัมการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์จะสะดุดลง
 
นอกจากนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะคงดอกเบี้ยที่ 1.25% ในวันที่ 25 ก.พ. ทางด้านสภาพัฒน์รายงานเศรษฐกิจไตรมาส 4/2568 ขยายตัว 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งสดใสกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่วนเมื่อเทียบรายไตรมาสจีดีพีเติบโต 1.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสี่ปี ขณะที่การขยายตัวทั้งปี 2568 อยู่ที่ 2.4% ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีมองว่าปัจจัยชั่วคราวช่วยหนุนจีดีพีช่วงท้ายปี 2568 นำโดยโครงการคนละครึ่งพลัส ขณะที่แรงส่งเชิงบวกอาจชะลอลงในปีนี้ แต่หากรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพมากขึ้นจะช่วยให้นโยบายมีความต่อเนื่อง