Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
SO โชว์ Q3/69 กำไรพุ่ง 33.20%
MAI
LEO ธรรมาภิบาลเด่น! คว้า CGR 5 ดาว ระดับ “ดีเลิศ”
IPO
SUEN เดินสายโรดโชว์ 5 เมืองใหญ่ โชว์ศักยภาพก่อน IPO
บล./บลจ
“โกลเบล็ก” ส่องดัชนี พ.ย. Sideway ชูหุ้น รพ. เด่นรับไฮซีซัน
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 33.50-34.00 บ./ดอลลาร์ ลุ้นผลเลือกตั้ง- จ้างงานสหรัฐฯ
การค้า - พาณิชย์
APM เดินหน้าจัด “High-Flyer Entrepreneur” ปั้น SMEs ลุย IPO
พลังงาน - อุตสาหกรรม
UU ชูเทคโนโลยีประปาอัจฉริยะ ลดน้ำสูญเสีย–ลดต้นทุน
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE คว้า 3 รางวัล จากเวทีระดับนานาชาติ
แบงก์ - นอนแบงก์
BAY ชูทิศทางขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI ในงาน Krungsri Tech Day 2026
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD ปันผลระหว่างกาลหุ้น 0.35 บาท จ่าย 21 ต.ค.69
SMEs - Startup
SCB 10X ลงทุนใน Tasklet แพลตฟอร์ม AI Agent
ประกันภัย - ประกันชีวิต
เมืองไทยประกันชีวิต เข้าร่วม UN Global Compact
รถยนต์
PT Songkhla Grand Prix 2026 เงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบ.
ท่องเที่ยว
กรมการท่องเที่ยว เปิดตัว “MuslimGo” ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวมุสลิมระดับโลก
อสังหาริมทรัพย์
SAM เตือนชาวเหนือใช้สิทธิ์! ลดเงินต้น 50% กับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้”
การตลาด
โก โฮลเซลล์ จับมือ พม. เปิด "ตลาดนัดชุมชน สร้างอาชีพและรายได้ ผู้สูงอายุ"
CSR
SCB 10X ลงทุนใน Tasklet แพลตฟอร์ม AI Agent
Information
SINO คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคจากงาน Supply Chain Asia Awards 2026
Gossip
UNIX เดินเครื่องจักรใหม่ พ.ย.นี้! หนุนผลงาน Q4/69
Entertainment
กรุงเทพประกันชีวิต ชวนสังคมไทยใส่ใจ “คลายเครียด”
สกุ๊ป พิเศษ
SUEN เสริมแกร่งวัสดุก่อสร้างครบวงจร เดินหน้าเข้า SET
MASTER เคาะปันผล 0.40 บ./หุ้น คาดผลงานปี 69 แนวโน้มฟื้น
2026-02-27 11:52:25
353
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ - MASTER ชี้ ตลาดเสริมความงามปีก่อนท้าทายรอบด้าน คาดปี 69 แนวโน้มฟื้น พร้อมรายงานกำไรปี 68 อยู่ที่ 198 ล้านบาท รายได้อยู่ที่ 1,884 ล้านบาท แม้หัตถการศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมันชะลอตัว แต่รายได้ปลูกผมและดูแลเส้นผม - ดูแลผิวพรรณเติบโต บอร์ดอนุมัติปันผล 0.40 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มี.ค. นี้
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายแพทย์ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนามโรงพยาบาล "มาสเตอร์พีช" ผู้นำอันดับต้นของอุตสาหกรรมด้านความงามในไทยและเอเชีย ในฐานะ Regional Company เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมศัลยกรรมและเสริมความงามเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ การแข่งขันที่รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดาเนินงานและต้นทุนของบริษัท
โดยฝ่ายจัดการได้วิเคราะห์สภาวะอุตสาหกรรมที่มีนัยสำคัญ ดังนี้ 1. ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวได้ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคของประชาชน ทำให้การตัดสินใจใช้บริการของลูกค้าช้าลง หรือตัดสินใจได้ยากขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 75,200–76,500 ล้านบาท และคาดอัตราเติบโตอยู่ในช่วงปี 2568 จะเติบโตเพียง1.6% และชะลอตัวลงเหลือ 1.0% ในปี 2569
2. การแข่งขันที่รุนแรงและสงครามราคา (Price War) อุตสาหกรรมเผชิญกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากจากการเปิดตัวของคลินิกและโรงพยาบาลแห่งใหม่จำนวนมาก คู่แข่งหลายแห่งใช้กลยุทธ์การหั่นราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มหัตถการหลัก เช่น การยกคิ้ว, ดึงหน้า-ดึงคอ และดูดไขมัน ปัจจัยนี้สร้างแรงกดดันให้บริษัทจำเป็นต้องปรับลดราคาลงตาม หรือต้องนำเสนอแพ็กเกจโปรโมชั่น เพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม (Net Profit Margin) ของอุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
3. ในด้านอุปสงค์ต่างชาติ ภาพรวมการท่องเที่ยวขาเข้าของไทยในปี 2025 มีแนวโน้มฟื้นตัว ภาวะดังกล่าวสนับสนุนโอกาสของกลุ่มบริการสุขภาพ รวมถึงศัลยกรรมและเสริมความงาม อย่างไรก็ดี การแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าต่างชาติยังสูง และต้องอาศัยมาตรฐานการรักษา ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของการสื่อสารข้อมูลบริการเป็นสำคัญอีกปัจจัยเฉพาะตัวคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งกัมพูชาเป็นหนึ่งใน Top 3 แหล่งรายได้ลูกค้าต่างชาติของ MASTER อาจกระทบความเชื่อมั่นและการเดินทางในระยะสั้น ส่งผลให้ดีมานด์ผันผวนได้
4. การคุมเข้มกฎระเบียบและผลกระทบต่อต้นทุนการตลาดอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ออกมาตรการคุมเข้มเรื่องการทาโฆษณาของสถานเสริมความงาม โดยไม่อนุญาตให้แพทย์โฆษณาหรือรีวิวผลิตภัณฑ์และบริการได้โดยตรง จากข้อจำกัดดังกล่าว ฝ่ายจัดการจึงต้องปรับเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ โดยหันไปเน้นการใช้ผู้ใช้งานจริง (Real users) แทน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
5. โอกาสและการเติบโตในระยะยาว แม้ในระยะสั้นอุตสาหกรรมจะเผชิญกับแรงกดดัน แต่ฝ่ายจัดการประเมินว่าในระยะยาวตลาดยังคงมีศักยภาพในการเติบโต โดยได้รับแรงหนุนจาก การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ( Aging Society) ที่ผลักดันความต้องการเทคโนโลยีการรักษาที่ช่วยชะลอวัย และ การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ( Medical Tourism) โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากจีนและอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัย ส่งผลให้กลุ่มโรงพยาบาลมีโอกาสแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากกลุ่มคลินิกได้มากขึ้น
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า สำหรับปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 198 ล้านบาท และมีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,884.84 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่รายได้ลดลงในหัตถการ ศัลยกรรมยกคิ้ว ศัลยกรรมจมูก และศัลยกรรมดูดไขมัน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และมีการแข่งขันที่รุนแรงในด้านราคาของหัตถการดังกล่าว จึงทำให้ยอดขายลดลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทมียอดขายที่สูงขึ้นในรายได้จากการปลูกผมและดูแลเส้นผมจำนวน 20.67 ล้านบาท และ รายได้จากการดูแลผิวพรรณ เพิ่มขึ้นจำนวน 9.38 ล้านบาท
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัท มีกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 24.78 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 เนื่องจาก รับรู้ขาดทุนจากบริษัท วี เอ็กคลูซีฟ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเกิดจากการับรู้ PPA (Purchase Price Allocation) หรือการปันส่วนราคาซื้อเต็มจำนวน และมีการขยายสาขาเพิ่มเติม โดยล่าสุดแนวโน้มรายได้เติบโตในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมองว่าหากรายได้ยังมีแนวโน้มดีแบบนี้ จะสามารถมีกำไรได้ในปี 2569 และ บริษัท คิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีกำไรลดลง เนื่องจาก การชะลอตัวของกลุ่มธุรกิจโฆษณา และกลุ่มมอสังหาริมทรัพย์
บริษัทฯ คาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2569 โดยบริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์เชิงรุก ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนศักยภาพการดำเนินงานของธุรกิจ
นางสาวประภาวรินท์ ลองงาม เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท สำหรับหุ้นจำนวน 301,711,736 หุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 120,684,694.40 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 มีนาคม 2569 โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 17 มีนาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม การได้รับเงินปันผลดังกล่าวต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2569
SO โชว์ Q3/69 กำไรพุ่ง 33.20%
GUNKUL ปลื้ม! ขายหุ้นกู้ 1,500 ล.หมดเกลี้ยง
BCPG ผลงานไตรมาส 3/69 นิวไฮ - CH ส่ง ‘หนึบหนับ’ โกยยอดขาย
BCPG Q3/69 นิวไฮ กำไร 1,287.8 ล.
GBS ชี้เป้าลุยหุ้นโรงพยาบาล - PTG โบรกฯ คาด Q4 กำไรฟื้น
TIDLOR คว้า CGR ระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” สร้างความเชื่อมั่น