Phones





SMO ปี 68 กำไรโตสนั่น 161% เคาะปันผล 0.20 บ./หุ้น

2026-03-03 10:24:56 139



นิวส์ คอนเน็คท์ - "กลุ่มสมอทอง” หรือ SMO ฟันกำไรปี 68 ที่ 678.89 ล้านบาท โตแรง 161% รายได้รวม 9,934.55 ล้านบาท พุ่ง 58.67% เคาะจ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้น หลังยอดขายน้ำมันปาล์มดิบและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง และรายได้ขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ลุยโรงงานใหม่ใน จ.นครศรีธรรมราช อัพกำลังผลิตน้ำมันปาล์มดิบเป็น 390 ตัน รับความต้องการตลาดโลกพุ่ง 

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 นายกิตติพงษ์ พวงมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ประกอบการธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพเพื่อจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทสำหรับปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 678.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 419.27 ล้านบาท หรือ 161.49% และมีรายได้รวม 9,934.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,673.45 ล้านบาท หรือ 58.67%

การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิและรายได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปีก่อนหน้า บริษัทได้เข้าซื้อบริษัท เอ แอล ปาล์ม จำกัด และเริ่มประกอบธุรกิจภายใต้ SMO ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 นอกจากนี้ ปลายปี 2567 โรงงานสาขาท่าชนะ หยุดผลิตชั่วคราว ขณะที่ปี 2568 โรงงานทุกสาขาของกลุ่มบริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สามารถดำเนินการผลิตและขายได้เพิ่มขึ้น สอดรับกับความต้องการน้ำมันปาล์มดิบที่เติบโตของตลาดโลก จึงเป็นผลให้รายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น 1,287.65 ล้านบาท หรือ 90.58% และจากรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ เพิ่มขึ้น 18.69 ล้านบาท หรือ 80.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการเพิ่มขึ้นเนื่องมาจากรายได้จากการขายน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นผลจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 32,933 ตัน หรือ 109.81% รายได้จากการขายเมล็ดในปาล์มอบแห้งเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 7,412 ตัน หรือ 99.08% และที่รายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน

ส่วนแผนการขยายกำลังการผลิตของโรงงานสาขาพนม ปัจจุบันบริษัทติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จ และคาดว่าจะสามารถเดินส่วนการขยายกำลังการผลิตได้ภายในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งจะทำให้โรงงานสาขาพนม มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง จากเดิม 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเท่ากับ 315 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง รองรับฤดูที่ผลปาล์มน้ำมันให้ผลผลิตสูงสุด (Peak Season) ของปี 2569

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้อนุมัติโครงการลงทุนซื้อที่ดิน และก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ สาขาพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง โดยมีมูลค่าลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 960.00 ล้านบาท โดยคาดการณ์ระยะเวลาในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใช้ระยะเวลารวมประมาณ 18-20 เดือน และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาสที่ 2 ปี 2571

ภายหลังโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบข้างต้นก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินการผลิต จะส่งผลให้บริษัทมีกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 75 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง ส่งผลให้กำลังการผลิตของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 390 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เมื่อนับรวมกำลังการผลิตของสาขาพนม ที่จะเพิ่มขึ้นภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ 

สำหรับปี 2568 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.80 เท่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 0.47 เท่า และอัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (ICR) ที่ 16.59 เท่า โดยอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งดังกล่าว เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง และการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ทั้งนี้ บริษัทประกาศจ่ายปันผลระเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยแบ่งเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในอัตรา 0.11 บาทต่อหุ้น และจ่ายจากกำไรสะสมส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (Non-BOI) ในอัตรา 0.09 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569