Phones





TWPC วางกลยุทธ์ Multicore หนุนรายได้ปี 69 โตสองหลัก

2026-03-09 19:41:17 165



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - TWPC เปิดแผนธุรกิจปี 69 วางกลยุทธ์ Multicore หนุนรายได้รวมเติบโต Double digit ต่อยอดจากผลประกอบการปี 68 ที่พลิกกำไร 156 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าการปรับลดต้นทุนการผลิตหวังช่วยสร้างการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้น
 
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 นายโฮ เร็น ฮวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยวา จำกัดเ (มหาชน) หรือ TWPC เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตสองหลัก (Double Digit) โดยมีปัจจัยบวกสำคัญจากการขยายกำลังการผลิตในประเทศจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ผ่านการปรับปรุง กระบวนการผลิตและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รวมทั้งบริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินทุนที่พร้อมสำหรับการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ โดยการเร่งลดภาระหนี้สินจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการลงทุนเพื่อโอกาสการเติบโตในอนาคต
 
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Multicore ประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) และธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถ ในการสร้างกำไรที่มีเสถียรภาพ แม้เผชิญกับวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในภาวะชะลอตัวตามฤดูกาล และแรงกดดัน จากเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งช่วยให้ในปี 2568 บริษัทกลับมาทำกำไรสุทธิได้ 156 ล้านบาท พร้อมทั้งลดภาระหนี้สินลงโดยอัตราส่วน IBD/E ลดเหลือ 0.22 เท่า
 
โดยธุรกิจอาหารและธุรกิจมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) สามารถสร้างกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2568 โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ธุรกิจอาหารในปี 2569 เติบโตมากกว่า 10% และตั้งเป้ารายได้จะอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ภายในปี 2573 จากยอดขายปี 2568 ที่ 2,558 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตมาจาก ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat: RTE) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดและมีอัตรากำไรที่ดีของธุรกิจอาหาร เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) สูงกว่า 50% ช่องทางจัดจำหน่าย ขยายครอบคลุม ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) กว่า 16,000 สาขาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบริษัทยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
 
ในส่วนของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ตั้งเป้าปริมาณการขายเติบโตมากกว่า 10% ในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการปรับกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดใหม่ใน ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ด้วยทีมนักวิทยาศาสตร์อาหารจากศูนย์นวัตกรรม 5 แห่งในกรุงเทพฯ เซี่ยงไฮ้ โฮจิมินห์ซิตี้ จาการ์ตา และเบงกาลูรู ซึ่ง TWPC สามารถพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมจำหน่ายมากกว่า 50 รายการต่อปี ที่ปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและตามรสนิยมท้องถิ่น
 

นอกจากนี้ บริษัทยังวางกลยุทธ์ China2.0 ซึ่งเป็นแผนจัดตั้งโรงงานใหม่เพื่อส่งเสริมการเติบโต โดยตลาดจีนถือเป็นเสาหลักเชิงกลยุทธ์สำคัญสำหรับการเติบโตในปี 2569 โรงงานแห่งใหม่ของบริษัทในประเทศจีนจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 2/2569 เพื่อรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมูลค่าเพิ่ม (HVA) ในตลาดจีน บริษัทตั้งเป้าเติบโตมากกว่า 20% ในประเทศจีน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และเจาะตลาดได้มากยิ่งขึ้นทั้งในกลุ่มส่วนผสมของอาหารและ อุตสาหกรรมอาหาร (industrial applications)
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังดำเนินโครงการปรับโครงสร้างต้นทุน (Cost Transformation) ในปี 2568 สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบ 96 ล้านบาท และตั้งเป้าลดต้นทุนวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านบาทภายในสามปีข้างหน้า (2569-2571) ผ่านการ ปรับปรุงกระบวนการผลิต การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ในปี 2568 ต้นทุนทางการเงินลดลง 43% จากการบริหารหนี้อย่างมีวินัย ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบ จากหลายประเทศ ทั้งไทย เวียดนาม และกัมพูชา ช่วยสร้างความยืดหยุ่นเชิงโครงสร้าง ในการบริหารต้ นทุนวัตถุดิบและลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
 
“ปี 2568 พิสูจน์ให้เห็นว่าการดำเนินงาน อย่างมีวินัยนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เราขยายอัตรากำไรขั้นต้น 630 basis points กลับมาทำกำไรได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้งบดุล ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อการเติบโต ในปี 2569 เรามุ่งมั่นสร้างการเติบโตสองหลัก และขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Multicore การสร้างวินัยด้านต้นทุน ความแข็งแกร่งของการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานซึ่งทำให้ไทยวาพร้อมแข่งขันและเป็นผู้ชนะในทุกสนามทั่วเอเชียแปซิฟิก” นายโฮ เร็น ฮวา กล่าว
 
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.114 บาท สำหรับรอบ ผลประกอบการของวันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เม.ย. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พ.ค. 2569