Phones





OSP เปิดแผนสยายปีกต่างแดน ตั้งเป้ารายได้โต Mid-Single Digit

2026-03-09 20:35:06 141



        
นิวส์ คอนเน็คท์ – OSP เปิดแผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 69 มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ “Executing Excellence and Empowering the Future” ผ่าน 3 แกนหลัก ตอบรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตระดับ Mid-Single Digit พร้อมรุกตลาดต่างประเทศยกระดับสู่การเป็น Regional Player
         
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมก้าวสู่บริบทใหม่ในปี 2569 ด้วยความเชื่อมั่นในรากฐานที่แข็งแกร่งและการปรับตัวที่ฉับไว และมุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายในด้วยการบริหารอย่างมีวิสัยทัศน์ผ่าน 3 พลังขับเคลื่อน คือ Domestic Beverage กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศ Personal Care กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล และ International Business
Domestic Beverage เสริมความแข็งแกร่งแบรนด์หลัก–เร่งนวัตกรรม–ขยายฐานผู้บริโภค
         
ทั้งนี้ แบรนด์พอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มของโอสถสภา ครอบคลุมทั้ง Energy Drink และ Functional Drink ในหลากหลายระดับราคา ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดผ่านการผลักดันการเติบโตของแบรนด์หลักอย่าง เอ็ม–150 ลิโพ เปปทีน และซีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมการตลาดในทุกจุดสัมผัส เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดไทยอย่างมั่นคง 
 
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Premiumization เพื่อยกระดับคุณค่าและเพิ่มอัตราการทำกำไรของพอร์ตสินค้า ควบคู่กับการผลักดันแบรนด์ระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นโสมอินซัมในภาคอีสาน หรือฉลามในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในแต่ละพื้นที่ และปลดล็อกการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ
 
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงยกระดับโครงสร้างการกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการขยายความครอบคลุมของ Traditional Trade เพิ่มศักยภาพของหน่วยรถ และพัฒนากลยุทธ์ใหม่เพื่อเข้าถึงร้านค้าในชุมชนที่มีดีมานด์สูงให้ได้อย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถพบสินค้าในตู้แช่และซื้อได้ทันทีในทุกจุดจำหน่าย นอกจากนี้ บริษัทยังเสริมความแข็งแกร่งในช่องทาง Modern Trade ทั้ง Supermarket, Hypermarket และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องตามพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคยุคใหม่
 

ขณะที่บริษัทยังมุ่งเน้นกลยุทธ์ Premiumization เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอสู่กลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (Higher-tier segments) อาทิ การเปิดตัว Twelve Plus Eau De Parfum ในกลุ่มน้ำหอมระดับพรีเมียม และการส่ง XIT Pro Roll-on เข้าแข่งขันในตลาดระงับกลิ่นกายระดับบน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหานวัตกรรมและการดูแลที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และเตรียมรุกเข้าสู่ตลาดแชมพูสำหรับผู้ใหญ่ที่มีมูลค่ากว่า 8 พันล้านบาทในปีนี้
ธุรกิจต่างประเทศ Grow beyond Thailand ขยายสู่ตลาดศักยภาพสูง
       
นอกจากนี้ บริษัทยังวางเป้าหมายให้ธุรกิจต่างประเทศเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ พร้อมตั้งเป้าเติบโตระดับ Double Digit โดยใช้โมเดลความสำเร็จจากเมียนมาและลาว เป็นต้นแบบในการขยายฐานสู่ภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ตะวันออกกลาง (UAE และโอมาน) นอกจากนี้ยังสร้าง Strategic Ecosystem ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรอาทิ การนำร่องบุกตลาดจีนที่มีศักยภาพสูงด้วยแบรนด์ Babi Mild พร้อมเตรียมโชว์ศักยภาพและนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพโลกในงาน THAIFEX 2026 เป็นครั้งแรก เพื่อดึงดูดคู่ค้าและนักลงทุนจากนานาประเทศ ตอกย้ำความพร้อมการเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภคในระดับสากล
 
“ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้บริโภคกลับให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โอสถสภาพร้อมนำตลาดด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็น Gen Z, Millennials หรือผู้สูงอายุซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนตลาดในอนาคต เราบริหารพอร์ตสินค้าให้สมดุลระหว่างความคุ้มค่า ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องบริหารค่าใช้จ่าย และความพรีเมียม เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมยกระดับทั้งองค์กรด้วยระบบ Data‑driven เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการกระจายสินค้า และทำให้การสื่อสารการตลาดเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำทั่วประเทศ เป้าหมายของเราชัดเจนคือการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสร้างอัตรากำไรที่แข็งแรงในระยะยาวอย่างยั่งยืน” นางสาวมุกดา กล่าว
         

ด้านนางสาวรติพร ราษฎร์เจริญ Group Chief Financial Officer OSP กล่าวว่า บริษัทขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ยุทธศาสตร์ ONE OSP เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวในการบริหารจัดการที่เฉียบคม โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวิสัยทัศน์ ส่งผลให้ Gross Profit Margin ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 40% เป็นครั้งแรก และมั่นใจว่าจะสามารถรักษาเสถียรภาพของอัตรากำไรนี้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญในปี 2569 คือการสร้างการเติบโตทั้ง Top & Bottom Line โดยมุ่งเน้นการสร้าง Economy of Scale ผ่านการเพิ่มปริมาณขายและการใช้กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการรักษาอัตราค่าใช้จ่าย SG&A ให้คงที่เพื่อผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
 
นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมงบลงทุน (CAPEX) จำนวน 400-500 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้าน Digital Technology & AI มุ่งเน้นการนำข้อมูลแบบ Real-time มาใช้ในการตัดสินใจ (Data-driven Decision Making) และบริหารความเสี่ยงอย่างแม่นยำ รวมถึงการลงทุนในด้าน People & Culture เพื่อบ่มเพาะ Talent และสร้างองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Spirit) พร้อมสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างไร้รอยต่อ