Phones





'ไทยเครดิต' ไฟเขียวปันผล 0.98 บาทต่อหุ้น

2026-03-17 18:02:58 163




นิวส์ คอนเน็คท์ - บอร์ดไทยเครดิต ไฟเขียวปันผล 0.98 บาทต่อหุ้น ชู Payout Ratio ที่ 30.15% สูงขึ้นกว่าปีก่อน หลังกำไรทุบสถิติ - พอร์ตสินเชื่อโตทะลุเป้า

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติเห็นชอบเสนอจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.98 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินกว่า 1,210.14 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 30.15% ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มระดับการจ่ายปันผลให้สูงขึ้นจากปีก่อน เพื่อสะท้อนความสำเร็จจากการสร้างผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธนาคาร

ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยจะมีการนำเสนอวาระดังกล่าวเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน 2569 นี้ 

การปรับเพิ่มมูลค่าการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและสภาพคล่องที่เพียงพอของธนาคารในการรองรับการขยายตัวในอนาคต

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต กล่าวว่า ผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง เป็นผลสำเร็จจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง โดยในปี 2568 ธนาคารสามารถสร้างผลกำไรสุทธิรวม 4,016 ล้านบาท เติบโต 10.8% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน พอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 18,707.0 ล้านบาท หรือ 11.5% ส่งผลให้ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารอยู่ที่ 181,865.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 บรรลุตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการเติบโตในเชิงปริมาณ แต่ยังตอกย้ำถึงประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและการจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและสมดุล ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย

สำหรับผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มธุรกิจหลักยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลและอื่นๆ เพิ่มขึ้น 41.6% ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME เติบโต 13.1% และสินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 10.6% โดยที่ยังรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสูงที่ 16.3% ซึ่งโดดเด่นที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารไทย และยังรักษาระดับอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้แข็งแกร่งที่ระดับ 7.7% 

"การเติบโตที่ครอบคลุมในทุกมิตินี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของธนาคารในการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้ารายย่อยผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารได้อย่างแม่นยำ" นายรอยย์ กล่าว

นายรอยย์ยังได้กล่าวขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่า ธนาคารไทยเครดิตมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลตอบแทนและประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ตามปรัชญาธนาคาร “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้ลูกค้าทุกท่านมีชีวิตทางการเงินที่ดีและมั่นคงในระยะยาวอย่างยั่งยืน