Phones





FETCO ดัชนีเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้า อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”

2026-04-07 11:49:59 247



นิวส์ คอนเน็คท์ - FETCO ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 93.07 ในเกณฑ์ “ทรงตัว” โดยนักลงทุนมองว่าเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ สัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินทุน ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ในเดือนมีนาคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มีนาคม 2569) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 93.07 ในเกณฑ์ “ทรงตัว” โดยนักลงทุนมองว่าสัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินทุน ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน รองลงมาคือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความกังวลต่อวินัยการคลัง
 
โดยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมีนาคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มิถุนายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80-119) ที่ระดับ 93.07

ส่วนความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”

หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดเงินทุนหลักทรัพย์ (FIN)

ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สัญญาณการคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ขณะที่ผลสำรวจ ณ เดือนมีนาคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มปรับลดลง โดยกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 51.0% อยู่ที่ระดับ 74.19 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 52.3% อยู่ที่ระดับ 87.50 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 31.4% อยู่ที่ระดับ 128.57 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 50.0% อยู่ที่ระดับ 100.00 

ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ยังคงความเข้มงวดยาวนานกว่าคาด ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ รวมถึงความผันผวนของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ อีกทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยกระดับขึ้น ได้เพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อและต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ปิดที่ 1,488.14 ปรับตัวลง 5.24% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 75,321.79 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 39,754 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมในตลาดหลักทรัพย์ฯ 19,152 ล้านบาท

ทั้งนี้ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งจะกระทบราคาพลังงานและสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางหลักอย่าง Fed, BOJ และ ECB ที่จะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ โดยในส่วนของยูโรโซนมีการปรับลดประมาณการ GDP จากผลกระทบราคาพลังงาน และ Bond yield ปรับขึ้นทั่วภูมิภาคจากแรงกดดันเงินเฟ้อในส่วนของปัจจัยในประเทศ ได้แก่ แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ลดโอกาสที่ กนง. จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความคืบหน้าการดำเนินนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน”