Phones





บล.เอเชีย พลัส ชูวิสัยทัศน์ “Value Beyond Wealth”

2026-04-22 16:45:56 40



นิวส์ คอนเน็คท์ - บล.เอเชีย พลัส ชูวิสัยทัศน์ “Value Beyond Wealth” ทรานส์ฟอร์มสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่งครบวงจร รับปี 69 ยกระดับกลยุทธ์รับมือความผันผวน สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนเหนืออุตสาหกรรม

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการที่ Fund Flow มีแนวโน้มไหลกลับเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) รวมถึงประเทศไทย ประกอบกับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยความเสี่ยงภายนอกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก 

กลยุทธ์ของเอเซีย พลัส ในปีนี้ จึงเน้นการผสานมุมมองการลงทุน เพื่อคัดกรองสินทรัพย์ กระจายความเสี่ยง และเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า ปกป้องและสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าในทุกสภาวะตลาด

สำหรับผลงานปี 2568 แข็งแกร่งเหนืออุตสาหกรรมท่ามกลางความผันผวน แม้ว่าในปี 2568 ตลาดทุนจะเผชิญกับภาวะซบเซาและปริมาณการซื้อขายโดยรวมที่ลดลงอย่างรุนแรง แต่กลุ่มเอเซีย พลัส ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและคุณภาพรายได้ที่โดดเด่นเหนือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน 

โดย Net Profit Margin อยู่ที่ 9.3% (ขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.9%), Return on Equity (ROE) อยู่ที่ระดับ 4.0% (ขณะที่ค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมอยู่ที่ 0.7%), Cost to Income บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ระดับ 88.0% (ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 95.1%), Commission Rate สะท้อนความสำเร็จจากกลยุทธ์ Premium Pricing ที่สามารถปกป้องอัตราค่าคอมมิชชั่นไว้ได้ที่ระดับ 0.11% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 0.081%) ท่ามกลางภาวะสงครามราคาและการแข่งขันที่รุนแรง

สำหรับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการเติบโตปี 2569 ทรานส์ฟอร์มสู่สถาบันบริหารความมั่งคั่ง ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1. Asset Under Management Growth : มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพื่อสร้างฐานรายได้ต่อเนื่องที่แข็งแกร่ง ควบคู่กับการพัฒนา Segment-Specific Playbooks และ RM Toolkits เพื่อให้ทีมงานส่งมอบโซลูชันที่แม่นยำสำหรับลูกค้าแต่ละกลุ่ม 

2. ยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลของลูกค้าอย่างไร้รอยต่อ ด้วยกลยุทธ์ "Mobile First" เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ให้สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่การอัปเดตงานวิจัย พอร์ตโฟลิโอ ไปจนถึงบริการจองซื้อหลักทรัพย์และอัปเดตสิทธิประโยชน์ต่างๆ แบบเรียลไทม์ 3. พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานของผู้แนะนำการลงทุน สู่ระดับมืออาชีพ ผ่าน 2 โปรแกรมสำคัญ คือ ASP Incubator Program เฟ้นหาและฝึกอบรมคนรุ่นใหม่อายุ 28-35 ปี เพื่อปั้นเป็น Wealth Advisors รุ่นใหม่ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการเงินกับเทคโนโลยี และ ASP Advance Accelerator Program ยกระดับศักยภาพที่ปรึกษาการลงทุนที่มีอยู่ ให้สามารถให้คำปรึกษาแบบ Holistic Wealth Solution ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนภายใต้สภาวะตลาดที่เข้าสู่ช่วงการลดความตึงเครียด (De-Escalation) หลังมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ช่วยหนุนให้ตลาดกลับเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในช่วงสั้น ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, ปัญญาประดิษฐ์, ชิปเซมิคอนดักเตอร์, การบริโภค, การท่องเที่ยว รวมถึงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องเตรียมรับมือความผันผวน จากผลกระทบของสงครามที่จะส่งผ่านมายังเงินเฟ้อ, เศรษฐกิจ, ทิศทางนโยบายการเงิน และกำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะต่อมา