Phones





ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง ไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 10.08 ล้านบ.

2026-05-13 16:45:57 66



นิวส์ คอนเน็คท์ - ACG รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 69 กำไรสุทธิ 10.08 ล้านบาท จากรายได้รวมจำนวน 319.45 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นโตขึ้น 3.85%

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายภานุมาศ รังคกูลนุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG เปิดเผยว่า บริษัทรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถึงผลดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 โดย ACG และบริษัทย่อย (กลุ่ม ACG) มีรายได้รวมจำนวน 319.45 ล้านบาท ลดลง 17.56% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวม 387.50 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10.08 ล้านบาท ลดลง 5.88% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10.71 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 3.16% เพิ่มขึ้น 0.40% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

สาเหตุหลัก เกิดจากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีรายได้ลดลง 60.95 ล้านบาท หรือ 29.61% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 302.35 ล้านบาท ลดลง 17.86% ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากต้นทุนขายที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการลดลงของรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กลุ่ม ACG มีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 3.85%

ทั้งนี้ ภาพรวมผลดำเนินงานของบริษัทย่อยแห่งแรกที่ประกอบกิจการโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์ มีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 เท่ากับ 273.14 ล้านบาท ลดลง 19.43% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งมาจากปริมาณการขายรถยนต์ที่ลดลง 33.03% ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและการจัดหาอะไหล่สำหรับการผลิตรถยนต์ รวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อของสถาบันการเงิน แต่โดยสรุปแล้ว บริษัทย่อยแห่งแรกมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 4.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
  
สำหรับบริษัทย่อยแห่งที่ 2 ศูนย์บริการรถยนต์ประเภทเร่งด่วน (FAST FIT) มีรายได้รวม 49.78 ล้านบาท ลดลง 4.14% จากปริมาณรถยนต์ที่เข้ารับบริการลดลง 5.21% อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์การกำหนดราคาให้เหมาะสมกับต้นทุนและมูลค่าการให้บริการ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.49% โดยสรุปแล้วในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทย่อยแห่งที่ 2 มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง