เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายอนาวิล เจียมประเสริฐ Head of Research & Consultancy, JLL Thailand ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะข้างหน้า ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุค “Selective Growth” หรือการเติบโตแบบเลือกสรร โดยมองว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลังจากนี้ จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของตลาดโดยรวมเช่นในอดีต แต่จะเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการรักษาและสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว หนึ่งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความสนใจมากขึ้น คือ ภาคอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ขณะที่ Data Center กำลังก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ที่ได้รับอานิสงค์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยี AI Cloud Computing ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษข้างหน้า
ด้านดร.นิติ เนื่องจำนงค์ Head of Wealth Planning and Family Office ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การวางโครงสร้างการถือครองทรัพย์สินและการส่งต่อความมั่งคั่งภายในครอบครัว ผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ การจัดตั้ง Property Holding Company การจัดทำธรรมนูญครอบครัว การวางแผนส่งต่อมรดก และการจัดทำพินัยกรรม ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความต่อเนื่องของการบริหารทรัพย์สินเพื่อการส่งต่อไปยังรุ่นถัดไป เพื่อช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นภายในครอบครัว และช่วยให้การส่งต่อความมั่งคั่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของเจ้าของทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ