Phones





ITEL รับอานิสงส์ AI หนุนความต้องการพุ่ง

2026-07-20 14:16:44 105



นิวส์ คอนเน็คท์ - TEL มองการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเครือข่ายในประเทศ เนื่องจากปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะที่กลุ่ม Data Center และผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ระดับโลกเตรียมเดินหน้าขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม ส่งผลให้ความต้องการโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่มีความเร็วสูง เสถียร และรองรับการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่กำลังเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL กล่าวในงาน BLS x ITEL Virtual Conference หัวข้อ “When Data Center Go Live, Connectivity Comes Alive” ซึ่งจัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ว่า ทุกครั้งที่มีการใช้งานระบบ AI คำสั่งจะถูกส่งไปยัง Data Center เพื่อค้นหา ประมวลผล และส่งผลลัพธ์กลับมายังผู้ใช้งาน ยิ่งทำให้ AI ถูกใช้งานมากขึ้นเท่าไร ปริมาณการรับส่งข้อมูลและความต้องการใช้งานโครงข่ายสื่อสารก็ยิ่งขยายตัวตามไปด้วยเท่านั้น

โดยการเติบโตของ AI ยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก และผู้ประกอบการ Data Center เร่งขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมนี้ โดยจากข้อมูลคำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าสำหรับโครงการ Data Center ในพื้นที่ EEC มีจำนวนถึง 22 โครงการด้วยกัน คิดเป็นกำลังไฟฟ้าที่ขอใช้รวม 5,461 เมกะวัตต์ ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา สะท้อนทิศทางการลงทุนใน Data Center ขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามมองว่า การตัดสินใจลงทุนใน Data Center ไม่ได้พิจารณาแค่ที่ดินหรือระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับโครงข่ายสื่อสารตั้งแต่ช่วงวางแผนลงทุน เพราะ Data Center ขนาดใหญ่ต้องอาศัยระบบเชื่อมต่อที่มีความหน่วงต่ำ มีเสถียรภาพสูง รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาล และมีเส้นทางสำรองหลายเส้นทาง เพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีเหตุขัดข้อง และลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบ

"การลงทุน Data Center ใช้เงินหลายแสนล้านบาท แต่หากไม่มีโครงข่ายที่พร้อมรองรับ ก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มศักยภาพ โครงข่ายสื่อสารอาจไม่ใช่ส่วนที่มีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุด แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Data Center เริ่มทำงานและสร้างรายได้ได้จริง" ดร.ณัฐนัย กล่าวทิ้ง

อีกทั้งมองว่า บริษัทมีความพร้อมรองรับโอกาสจากการขยายตัวของ Data Center และผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลก ด้วยโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และประสบการณ์ในธุรกิจโทรคมนาคม บวกกับความสามารถในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงบริการด้านโครงข่ายที่รองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณสูงสำหรับลูกค้าองค์กร ซึ่งโครงข่ายหลักของ ITEL ครอบคลุมเส้นทางสำคัญทั้งตามแนวรถไฟและทางหลวง เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายความจุสูง โดยมีศูนย์บริหารจัดการเครือข่ายและทีมวิศวกรที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับความต้องการต่อเนื่องและความเสถียรของระบบ สำหรับลูกค้าองค์กรและ Data Center ขนาดใหญ่

จากจุดแข็งดังกล่าว ITEL จึงวางบทบาทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบดิจิทัล ที่พร้อมรองรับความต้องการของผู้ประกอบการ Data Center และผู้ให้บริการ Cloud ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือ ความจุของโครงข่าย และการเชื่อมต่อทั้งภายในประเทศและระดับภูมิภาค

สำหรับปี 2569 ถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญ เมื่อโครงการของลูกค้า Hyperscaler ที่ ITEL ร่วมพัฒนามาตลอด 2–3 ปี เริ่มทยอยเข้าสู่ระยะเปิดให้บริการ ส่งผลให้การใช้โครงข่ายเกิดขึ้นจริง และเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการ ซึ่งบริษัทประเมินว่าจะมีลูกค้า Hyperscaler ประมาณ 2–3 ราย ทยอยเปิดดำเนินงานภายในปีนี้ พร้อมโอกาสเพิ่มเติมจากโครงการ Data Center และผู้ให้บริการรายอื่นที่อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกัน

ดร.ณัฐนัย ระบุว่า อีกประเด็นที่นักลงทุนควรติดตามคือทิศทางกระแสเงินสดในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าหลายรายทยอยเปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้ตามสัญญา สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาโครงการสู่การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์

"เราเห็นความต้องการใช้โครงข่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้ความต้องการขีดความสามารถในการรองรับข้อมูลของโครงข่ายเพิ่มขึ้นราว 330% ซึ่งเราเชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต อีกทั้งอยากให้นักลงทุนติดตามการเติบโตของธุรกิจโครงข่ายสื่อสารควบคู่กับการขยายตัวของ Hyperscaler โดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ เราเชื่อมั่นว่า ITEL เป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด และมีศักยภาพรองรับการเติบโตของ AI ได้อย่างเต็มที่" ดร.ณัฐนัย กล่าว

การเติบโตของ AI จึงไม่ได้สร้างโอกาสเฉพาะกับธุรกิจเทคโนโลยีหรือ Data Center เท่านั้น แต่ยังสร้างความต้องการใหม่ให้กับโครงข่ายสื่อสาร ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อ Data Center เข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัล เมื่อผู้ให้บริการ Cloud ระดับโลกทยอยเปิดดำเนินงานในประเทศไทย ความต้องการใช้โครงข่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสสำคัญของ ITEL ในการใช้ศักยภาพที่มี เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวในยุค AI