Phones





CIMBT เปิดผลงานครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิเฉียด 1.5 พันล.

2026-07-21 19:10:08 126



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – CIMBT แจ้งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 69 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน การลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 30.4%
 
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 1,265.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.5% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน 9.8% การลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 0.9% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 30.4%
 
ทั้งนี้ รายได้จากการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีจำนวน 5,176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 461.7 ล้านบาท หรือ 9.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 270.9 ล้านบาท หรือ 11.6% สาเหตุมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยมากกว่ารายได้ดอกเบี้ย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 15.4 ล้านบาท หรือ 2.4% เกิดจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการชำระค่าสินค้าและบริการและรายได้ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย รายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 175.4 ล้านบาท หรือ 10.1% สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนสุทธิกับการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุน
               
ขณะที่เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 กลุ่มธนาคารได้ลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน (Asset Purchase Agreement) สำหรับการขายพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อที่กำหนด เนื่องจากธุรกรรมดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 5 เรื่องสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายและการดำเนินงานที่ยกเลิก (TFRS 5) กลุ่มธนาคารจึงได้จัดประเภทสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้จำหน่ายภายใต้สัญญาดังกล่าวเป็น “กลุ่มสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย” (Disposal Group Held for Sale) และจัดประเภทผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เกี่ยวข้องเป็น “การดำเนินงานที่ยกเลิก” ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ สำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2569 โดยธนาคารยังคงวิเคราะห์อัตราส่วนสำคัญโดยรวมสินทรัพย์ หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่ายของกลุ่มสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายตามลักษณะทางเศรษฐกิจของรายการจนกว่าการขายจะแล้วเสร็จ
               
สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงจำนวน 27.8 ล้านบาท หรือ 0.9% เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าภาษีอากร สุทธิกับการเพิ่มขึ้นของขาดทุนจากการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขาย อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 53.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 52.1% อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) อยู่ที่ 2.0% เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปี 2568 อยู่ที่ 1.9% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงช่วยชดเชยผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ลดลง 
               
ในส่วนของเงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชีของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 242.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2568 ด้านเงินฝาก รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท อยู่ที่จำนวน 309.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2568 ซึ่งมีจำนวน 301.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 78.3% จาก 77.2% ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2568 ขณะที่สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.1% ลดลงจากสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 2.2% เป็นผลจากการที่กลุ่มธนาคารมีนโยบายการจัดการความเสี่ยงด้านการให้สินเชื่อที่รัดกุม มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการปรับปรุงแนวทางในการเรียกเก็บหนี้จากสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีอยู่ และการแก้ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
 
ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 179.3% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 171.5% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคาร อยู่ที่จำนวน 8.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 มิ.ย. 2569 มีจำนวน 59.4 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 19.7% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.4%