Phones





PTTEP โชว์กำไรโตสลุต 104% ลุยแจกปันผลระหว่างกาล 4.50 บ./หุ้น

2026-08-01 20:50:55 225



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – PTTEP เปิดผลงานไตรมาส 2/69 กำไรพุ่ง 104% ทะลุ 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 69 กำไรโต 30% แตะระดับ 3.9 หมื่นล้านบาท รับแรงส่งจากปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% ด้านที่ประชุมบอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น
 
เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 102,717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27,197 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 รายได้รวม 176,756 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน
 
โดยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกมีปัจจัยหนุนจากปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยหลักๆมาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่บริษัทได้เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ในส่วนของราคาขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
 
ทั้งนี้ จากความแข็งแกร่งทางธุรกิจและฐานะการเงินที่มั่นคง บริษัทเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 ส.ค. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 ส.ค. 2569
 
ขณะที่ในรอบครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวนกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยยังคงเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยอัตราประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
 
ในด้านความยั่งยืน บริษัทประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผสานกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงติดตั้ง ลดต้นทุนการก่อสร้าง ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
 
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับกรมประมง และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อนำขาแท่น (Jacket) หลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาจัดทำปะการังเทียมในอ่าวไทย โดยเป็นการนำโครงสร้างเหล็กที่หมดภาระการใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมซึ่งยังคงแข็งแรง และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ให้เกิดคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับท้องทะเลไทยและชุมชน ทั้งนี้ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ บริษัทจะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จำนวน 9 ขาแท่นให้กับกรมประมง เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยให้แก่สัตว์ทะเล และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4/2569