Phones





TTB หนุนภาคธุรกิจไทยรับมือมาตรการสิ่งแวดล้อม

2026-08-18 16:09:54 40



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – TTB เดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ชูบทบาท Strategic Partner มุ่งผลักดันให้เกิดการลงมือทำจริงผ่านโซลูชันทางการเงินและองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์แต่ละอุตสาหกรรม ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
 
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทางการเงินที่ยั่งยืน (Sustainable Finance) ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การป้องกันผลกระทบในอนาคต ไปจนถึงการสนับสนุนโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านของลูกค้าในระยะยาว และในปี 2569 ธนาคารมุ่งเน้นการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับกฎระเบียบและมาตรการสิ่งแวดล้อมระดับโลก รวมถึงพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ตลอดจน Thailand Taxonomy ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยงและโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุม เพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
 
ทั้งนี้ จากการประเมินผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับทิศทางอุตสาหกรรม ธนาคารได้จัดกลุ่มและวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจของลูกค้าอย่างใกล้ชิด และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยวางกลยุทธ์ผ่านแนวคิดที่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินเพื่อความยั่งยืนอย่างชัดเจน ได้แก่ 1. ประเมินความเสี่ยง (Assess): ประเมินผลกระทบจากกฎระเบียบใหม่ ๆ ด้านสภาพภูมิอากาศที่มีต่อลูกค้าในพอร์ต โดยมุ่งเน้นในจุดที่เกิดผลกระทบจริงแบบรายอุตสาหกรรม ทำให้ธนาคารสามารถโฟกัสทรัพยากรไปในจุดที่สำคัญที่สุดได้ และช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
 
2. วิเคราะห์เชิงลึก (Analyze): วิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านธุรกิจของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อจำแนกระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมที่เหมาะสม โดยครอบคลุมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้สามารถออกแบบคำแนะนำและโซลูชันที่สอดคล้องกับบริบทธุรกิจของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน จึงมีความต้องการการเปลี่ยนผ่านพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยในแต่ละกระบวนการ และอาจจะมีกระบวนการลดคาร์บอนที่ไม่เหมือนกัน
 
3. ป้องกันและเตรียมความพร้อม (Prevent): ธนาคารมุ่งสร้างความพร้อมให้กับภาคธุรกิจผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นผ่านโซลูชันเพื่อการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขความท้าทายด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน เช่น การประเมินและคำนวณ Carbon Footprint ให้ลูกค้ารู้สถานะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองก่อนวางแผนลดอย่างจริงจัง หรือสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อหาทางออก
 
4. ส่งมอบโซลูชันตอบโจทย์ (Provide): ธนาคารได้พัฒนาโซลูชันที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Loan) ที่ออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมโดยเฉพาะ และปีนี้ได้ขยายผลไปสู่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) ตลอดซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันได้ปล่อยสินเชื่อสีเขียวและสีฟ้า (Green and Blue Loans) ไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านบาท สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน มากกว่า 5,000 ล้านบาท รวมถึง Green Loan and Sustainability Linked-loan for Hotel, Solar Rooftop Solution และโครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดต้นทุนทางธุรกิจ และการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์กร
 
ขณะที่อีกหนึ่งก้าวสำคัญของธนาคารในการขับเคลื่อนการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม คือการยกระดับการวัดผลสำเร็จจากที่ตลาดมองตัวเลขเชิงปริมาณ เช่น ยอดการปล่อยสินเชื่อสีเขียว หรือจำนวนครั้งในการออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม มาสู่การวัด “ความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง” (Effective Impact) โดยนำปัจจัยผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาคำนวณร่วมกับกลยุทธ์พอร์ตสินเชื่อ พร้อมทั้งทำการวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบด้าน เพื่อให้เห็นภาพรวมของพอร์ตชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การการเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมายที่สุด
 
“ธนาคารมุ่งทำงานร่วมกับลูกค้าในแต่ละภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ความมุ่งมั่นทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารไม่ได้มองความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเพียงเทรนด์หรือภารกิจตามกระแส แต่คือหนึ่งพันธกิจสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ ร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อสร้าง Make REAL Change เปลี่ยนเศรษฐกิจไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายกมลพันธ์ กล่าว