Phones





TTB เปิดตัว “My Wealth” ยกระดับสู่ Digital Wealth Advisory

2026-09-15 20:29:58 132



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – TTB เปิดตัว “My Wealth” บนแอป ttb touch ในฐานะ Digital Wealth Advisory ที่เปลี่ยนประสบการณ์การลงทุนจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์เป็นรายตัว สู่การวางแผนที่เริ่มต้นจาก “เป้าหมายทางการเงิน” ของลูกค้า พร้อมร่วมมือ Webull เพิ่มทางเลือกการลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ต่อยอดโซลูชันการเงินสกุล USD แบบครบวงจร
 
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นางสาวกนกวรรณ เพชรพิสิฐโชติ ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร และความมั่งคั่งทางการเงิน ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความสนใจกับการลงทุนมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับหลายประเทศและค่าเฉลี่ยโลก ยังเห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังบริหารเงินในรูปแบบเงินฝากเป็นหลัก โดยคิดเป็น 57% ของสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่สินทรัพย์เพื่อการลงทุนมีเพียง 23% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 45% และสหรัฐฯ ที่ 59% ซึ่งสะท้อนโอกาสในการเปลี่ยนผ่านจากการออมสู่การลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
 
ขณะเดียวกัน โครงสร้างนักลงทุนไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Mass Affluent ที่มี AUM 1-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานศักยภาพสูง คุ้นเคยกับดิจิทัล อายุประมาณ 30-45 ปี โดยให้ความสำคัญกับการกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์และตลาดทั่วโลก การเพิ่มสินทรัพย์ที่หลากหลายควบคู่กับสินทรัพย์ดั้งเดิม และพอร์ตที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวตามโอกาสใหม่ ๆ ซึ่งจากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ธนาคารจึงมุ่งทำให้ Wealth Management เข้าถึงได้สำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะลูกค้ากลุ่ม Wealth เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการพัฒนา My Wealth และความร่วมมือกับ Webull ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ทางด้านการบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า
 
ด้านนายนริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่มกลยุทธ์และดิจิทัล TTB กล่าวว่า ธนาคารเล็งเห็นว่าคนไทยจำนวนมากยังบริหารความมั่งคั่งได้ไม่เต็มศักยภาพ ทั้งลงทุนน้อยกว่าที่ควร (Under-invested) ขาดข้อมูลและคำแนะนำที่เพียงพอ (Under-informed) และเข้าไม่ถึงบริการบริหารความมั่งคั่งอย่างทั่วถึง (Under-served) เพื่อปิดช่องว่างเหล่านี้ My Wealth จึงออกแบบภายใต้แนวคิด Customer-centric Design โดยเริ่มจากเป้าหมายทางการเงินของลูกค้า เพื่อยกระดับจาก Investment Platform ที่เคยเป็นเพียง 'ช่องทางซื้อ-ขาย' สู่ 'ผู้ช่วยวางแผนและบริหารความมั่งคั่ง' ที่ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพรวมและจัดการการลงทุนได้อย่างเป็นระบบ
 
ทั้งนี้ My Wealth จะเป็นผู้ช่วยและผู้ให้คำแนะนำการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Wealth Advisory) ที่ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารความมั่งคั่ง โดยลูกค้าสามารถเห็นภาพรวมสินทรัพย์ทั้งหมดที่ลูกค้าถือครองกับธนาคาร (Consolidated Portfolio) อาทิ เงินฝากทั้งสกุลบาทและสกุลเงินต่างประเทศ กองทุนรวม ไปจนถึงหุ้น และ ETF สหรัฐฯ พร้อมฟังก์ชันช่วยลูกค้าตั้งเป้าหมายการลงทุนในระดับบุคคล เปลี่ยนเป้าหมายชีวิตให้เป็นแผนการลงทุนที่ทำได้จริง นำเสนอพอร์ตลงทุนแนะนำ ควบคู่ไปกับการจัดสรรเงินลงทุนอัตโนมัติสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการจัดพอร์ตเอง รวมไปถึงการให้คำแนะนำการปรับพอร์ต (Rebalancing) เมื่อทิศทางของตลาดมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ My Wealth ยังมีข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่ส่งมุมมองและกลยุทธ์จากทีมผู้เชี่ยวชาญให้ลูกค้าไม่พลาดทุกสัญญาณสำคัญของตลาด
 

โดยหนึ่งในฟังก์ชันหลักของ My Wealth คือความร่วมมือกับ Webull เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าธนาคารสามารถลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ได้ ผ่านแอป ttb touch นอกจากการเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่หลากหลายกว่าเดิม ลูกค้าจะได้รับความสะดวกจบได้ในที่เดียว ไม่ต้องบริหารการลงทุนผ่านหลาย Platform ได้รับความคุ้มค่าเพิ่มเติมจากสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ธนาคารมอบให้ เช่น เรตแลกเปลี่ยนสกุลเงินในอัตราพิเศษ สำหรับลูกค้าสถานะ Superior ขึ้นไป ดอกเบี้ยเงินบัญชี FCD e-Saving และในอนาคตธนาคารจะมีการนำเสนอสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม ที่สำคัญคือลูกค้าสามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจ โอนเงินเข้า-ออก เพื่อการลงทุนได้อย่างไร้กังวลผ่าน TTB
 
ขณะที่นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนไทยให้ความสนใจในการลงทุนระดับโลกมากขึ้น โดยเฉพาะการกระจายพอร์ตไปยังตลาดต่างประเทศ และเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกการเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือการลงทุนที่ครบถ้วนจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์ โอกาสและประกอบการตัดสินใจลงทุนในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 
“ความร่วมมือระหว่าง Webull และ TTB เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยทีทีบีมีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลลูกค้าและ Wealth Advisory ขณะที่ Webull มีความเชี่ยวชาญด้าน Global Investing เทคโนโลยี ข้อมูล และเครื่องมือการลงทุน ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ โดย Webull จะนำศักยภาพเหล่านี้มาเชื่อมต่อกับบริการของทีทีบี เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการลงทุนในหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch ได้สะดวกยิ่งขึ้น และต่อยอดจากการแลกเงินและการออมผ่านบัญชี FCD ไปสู่โอกาสการลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างไร้รอยต่อ” นายชลเดช กล่าว