Phones





EPG โชว์งบ Q1 กำไรสุทธิ 446 ล้านบาท

2026-08-13 11:40:56 131




นิวส์ คอนเน็คท์ - EPG โชว์ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปีบัญชี 69/70 ยอดขาย 3,642 ล้านบาท กำไรสุทธิ 446 ล้านบาท โต 65% ชู “Quality Growth with Resilience”สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจระยะยาว

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1 ปีบัญชี 69/70 (เม.ย.-มิ.ย. 69) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 3,642.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้น 37.1% และมีกำไรสุทธิ 446.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.1% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 95.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.1% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ยังมีความไม่แน่นอน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว สำหรับผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

โดยธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยตลาดสหรัฐอเมริกายังคงมีผลการดำเนินงาน โดดเด่น จากความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการและภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Data Center และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรม Semiconductor และ Cloud รวมถึง Infrastructure ระบบทำความเย็น อุตสาหกรรมอาหารและยา และอุตสาหกรรมยานยนต์

สำหรับตลาดญี่ปุ่น ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ตลาดในประเทศยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน

ส่วนธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวลดลงที่ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว รวมถึงการส่งออกไปยังลูกค้าในประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาสเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคำสั่งซื้อจากลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา สะท้อนแนวโน้มความต้องการที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่ธุรกิจในออสเตรเลียยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกต่างประเทศ อีกทั้ง เริ่มเห็นผลเชิงบวกจากมาตรการปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการทรัพยากร และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาด Aftermarket และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ บริษัทเริ่มรับรู้รายได้และกำไรบางส่วนจากการดำเนินงานของ Aeroklas Automotive South Africa (Pty) Ltd. (บริษัทย่อย) ซึ่งสามารถเปิดดำเนินการได้ตามแผนงานสะท้อนความคืบหน้าของการขยายธุรกิจและการสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศ

ในส่วนของธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้ บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด หรือ EPP มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่าภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ EPP สามารถรักษาความเชื่อมั่นจากลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการผลิต และมาตรฐานการรับรองที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ มอก. GHP HACCP และ BRC เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.1% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนเฉลี่ยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนขายอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ในประเทศ และในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจากยอดขายที่เติบโตขึ้นและค่าพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มเติมในระยะถัดไป เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่บริษัทมีผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 46.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากรายการลูกหนี้การค้าของ บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ซึ่งจำหน่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตสินค้าให้แก่ธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ โดยในไตรมาสนี้ผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้น และยังคงดำเนินมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างกระแสเงินสดและเพิ่มความสามารถในการชำระคืนหนี้แก่บริษัทในอนาคต

อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.2 ล้านบาท จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 95.5 ล้านบาท ซึ่งมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสนี้

ทั้งนี้ ในระยะถัดไป EPG ยังคงมุ่งเน้นการสร้าง Quality Growth with Resilience โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดในกลุ่มที่มีศักยภาพ บริษัทได้ติดตามทิศทาง ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจและตลาด เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพของผลประกอบการ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว