Phones





“เฮงลิสซิ่ง”ปักธงพอร์ตสินเชื่อแตะ1.3หมื่นล.

2021-08-17 17:38:57 174



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – “เฮงลิสซิ่ง” เปิดแผนมุ่งขยายผลิตภัณฑ์สินเชื่อ และบริการที่หลากหลาย ขยายพอร์ตลูกหนี้สินเชื่ออย่างยั่งยืน โดยขยายสาขาไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง รวมทั้งพัฒนา Software และ Mobile Application ตั้งเป้าปี 66 พอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาท และสาขาเป็น 830 สาขา
 
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2564 นายวิชัย ศุภสาธิตกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท เป็นผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือภายใต้แบรนด์ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ที่เกิดขึ้นจากการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อรายใหญ่ในภาคเหนือ 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทวีเฮง กลุ่มพัฒนสิน กลุ่มมิตรเอื้ออารีย์ และกลุ่มสินปราณี ซึ่งการรวมตัวกัน จึงสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันทั้งด้านฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในภาคเหนือ ความสามารถ และประสบการณ์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัท นำเสนอผลิตภัณฑ์ตรงใจลูกค้า และเติบโตอย่างยั่งยืน
 
ทั้งนี้ บริษัทได้มุ่งพัฒนาธุรกิจภายใต้แนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาทางการเงินแก่คนท้องถิ่น ด้วยความจริงใจ เข้าใจ ด้วยทีมพนักงานของ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ที่เป็นคนในพื้นที่ มีความเข้าใจภาษาถิ่น วัฒนธรรม วิถีการดำรงชีวิต มีความคุ้นเคย เข้าถึงลูกค้าได้เป็นอย่างดี ทำให้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการสินเชื่อของลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น และช่วยสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ด้วยหลักการให้บริการที่เป็นธรรม โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า ทำให้แบรนด์ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นจากลูกค้าตลอดมา
 
นอกจากนี้ บริษัท ยังมีเครือข่ายพันธมิตรผู้ประกอบการเต็นท์รถมือสองและนายหน้ากว่า 5,100 ราย ที่ช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์และส่งต่อลูกค้าให้แก่สาขาในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีสาขากระจายอยู่ใน 51 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันการให้บริการสินเชื่อให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างโอกาสการขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์สินเชื่อประเภทอื่น ๆ รวมถึงให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต ทำให้สินค้าและบริการของ ‘เฮงลิสซิ่ง’ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร
 
ด้านนางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮงลิสซิ่ง แอนด์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีวิสัยทัศน์ ‘ผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นที่นิยมชมชอบของลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น’ เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่ออย่างครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการทางการเงินของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน
 
โดยสินเชื่อที่มีหลักประกันประกอบด้วย สินเชื่อเช่าซื้อ (Hire Purchase) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อรถมือสอง, สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไปที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถ โดยใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถเป็นหลักประกัน และสินเชื่อที่มีบ้านและที่ดินเป็นหลักประกัน
 
ในส่วนของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ประกอบด้วย สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ซึ่งเป็นสินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาทั่วไปที่มีรายได้สม่ำเสมอ มีเอกสารรับรองรายได้, สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์) สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีเอกสารรับรองรายได้หรือไม่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน โดยจะต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพที่มีหลักแหล่งแน่นอน มีหลักฐานและสถานที่ประกอบอาชีพ รวมทั้งมีรายได้จากการประกอบอาชีพที่ชัดเจน
 
นอกจากนี้ บริษัทยังประกอบธุรกิจการให้บริการนายหน้าประกันวินาศภัยและนายหน้าประกันชีวิตผ่านเครือข่ายสาขาให้แก่บริษัทประกันชั้นนำจำนวน 6 บริษัท ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลากหลาย ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยรถจักรยานยนต์ ประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต เป็นต้น
 
ทั้งนี้ บริษัท มีแผนยกระดับการให้บริการสินเชื่อในทุกมิติ ตั้งแต่ การบริหารจัดการควบคุมความเสี่ยงและบริหารคุณภาพลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละท้องถิ่น เพื่อขยายฐานลูกค้ารายใหม่ ๆ ในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันและสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน พร้อมเพิ่มช่องทางให้บริการแก่ลูกค้าผ่านการเปิดสาขาให้ครบ 830 สาขา ภายในปี 66 และพัฒนา Software และ Mobile Application ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากการให้บริการของ ‘เฮงลิสซิ่ง’ ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
“เราไม่หยุดยั้งพัฒนาบุคลากรสาขาเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพราะเชื่อว่าพนักงานเป็นหัวใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่ต้องเข้าใจพฤติกรรมความต้องการสินเชื่อของลูกค้าและสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างแท้จริง เพื่อผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมเพิ่มเป็น 13,000 ล้านบาทภายในปี 66” นางสุธารทิพย์ กล่าว