Phones





บล.เอเซีย พลัส จับตาหุ้นไทยปี 69 ภายใต้กฎใหม่

2026-01-05 11:07:08 130



นิวส์ คอนเน็คท์ - บล.เอเซีย พลัส ประเมินหุ้นไทยปี 69 จับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และโอกาสการลงทุนปี 69 จากสมรภูมิเวเนซุเอลาสู่การปรับตัวของตลาดหุ้นไทยภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ และนโยบายใหม่ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ การเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม และโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ แนะนักลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ เงิน และ ETF 

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS เปิดเผยว่า เปิดฉากปี 2026 ด้วยสถานการณ์ความตึงเครียดระดับโลกและปัจจัยภายในประเทศที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. สมรภูมิเวเนซุเอลาและทิศทางราคาน้ำมันโลก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารเฉพาะกิจในเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 เพื่อจับกุมผู้นำมาดูโร (Maduro) แหล่งข้อมูลระบุว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลต่อราคาน้ำมันใน 2 ระยะ คือ ระยะสั้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันดิบ BRENT อาจปรับขึ้นเพียง 1-2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากปัจจุบันเวเนซุเอลาผลิตและส่งออกน้ำมันในปริมาณที่น้อยมากเมื่อเทียบกับอุปทานโลก ขณะที่ระยะยาว หากสถานการณ์คลี่คลายและได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ จนสามารถฟื้นกำลังการผลิตกลับสู่ระดับ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลดลงได้ถึง 4% เนื่องจากเวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลกถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล

2. โอกาสการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ในฝั่งตลาดหุ้นโลก มีประเด็นที่น่าสนใจจากการที่ BAIDU (BIDU US) ประกาศ Spin-off ธุรกิจชิป "KUNLUNXIN" ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาชิปประสิทธิภาพสูงสำหรับประมวลผล AI เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2026 นอกจากนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในเวเนซุเอลายังเป็นปัจจัยหนุนต่อหุ้นกลุ่มอาวุธ โดยแนะนำเก็งกำไรผ่าน ISHARES U.S. AEROSPACE & DEFENSE ETF (ITA US) ซึ่งถือหุ้นบริษัทชั้นนำอย่าง Boeing และ Lockheed Martin ที่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้

3. ตลาดหุ้นไทยภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ปี 2026 หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 2568 ปรับตัวลดลงถึง 10 ใน 11 ดัชนี โดยมีเพียง SETHD ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก ในปี 2026 นี้ ตลาดหุ้นไทยยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและนโยบายใหม่ 3 ด้านสำคัญ:

ภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ (Low-Value Goods Tax): ยกเลิกการยกเว้น VAT สำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท โดยจะเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการค้าปลีกไทย

การเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม: การปรับฐานเพดานเงินเดือนจะช่วยให้กองทุนประกันสังคมมีรายรับมากขึ้น ซึ่งมักส่งผลดีต่อรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนในเครือคู่สัญญา

โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่: มุ่งเน้นสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) โดยเก็บภาษีต่ำสุดเพียง 2% ขณะที่รถยนต์สันดาป (ICE) อาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 50%

ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ แหล่งข้อมูลแนะนำให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ, เงิน และ ETF กลุ่มอาวุธ (ITA US) ในช่วงที่ตลาดผันผวน สำหรับหุ้นไทย แนะนำสะสมหุ้นปันผลสูง เช่น BBL, ICHI, MAJOR, PTTEP และเก็งกำไรหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากกฎเกณฑ์ใหม่ ได้แก่ กลุ่มค้าปลีกและวัสดุก่อสร้าง: CRC, HMPRO, DOHOME, MC กลุ่มโรงพยาบาล: BCH, CHG กลุ่มยานยนต์และพลังงานสะอาด: MGC, EA, NEX นอกจากนี้ การคัดเลือกหุ้นยังควรคำนึงถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืน (SET ESG Ratings) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Report) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว