Phones





กรุงศรี ชี้กรอบเงินบาท 31.20-31.65 จับตาข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

2026-01-05 13:59:23 114



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินทิศทางเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 31.20-31.65 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักลงทุนยังคงต้องติดตามข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯและราคาทองคำ รวมถึงประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ และประเด็นเงินหยวนที่แข็งค่าหลุด 7.00 หยวนต่อดอลลาร์
 
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20-31.65 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 31.10-31.66 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทอ่อนค่าตามราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับฐานลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ในปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้น 7.7%
 
ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญหลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)เดือนธ.ค. ระบุว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่จะสนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากอัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงตามคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม มุมมองเกี่ยวกับนโยบายในอนาคตสะท้อนความเห็นที่แตกต่างกัน โดยรายงานการประชุมบ่งชี้ว่าเฟดอาจจะคงดอกเบี้ยช่วงต้นปี 2569 เพื่อประเมินผลกระทบจากการปรับนโยบายไปสู่ระดับเป็นกลางต่อภาวะแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงให้เวลาสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่ระดับ 2% ได้อย่างยั่งยืน อนึ่ง ในปี 2568 ดัชนีดอลลาร์ดิ่งลง 9.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 1.07 แสนล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตรสุทธิ 6.6 หมื่นล้านบาท
 
สำหรับในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ นำโดย ดัชนี ISM ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธันวาคม โดยหากตัวเลขตลาดแรงงานส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น จังหวะเวลาที่เฟดจะลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจถูกเลื่อนออกไปซึ่งจะหนุนค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มที่เฟดอาจตรึงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของเราที่คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2569 โดยประเมินว่าดอลลาร์มีโอกาสจะอ่อนค่าลงอีกในปีนี้ท่ามกลางส่วนต่างดอกเบี้ยที่แคบลงระหว่างสหรัฐฯและเศรษฐกิจหลักแห่งอื่นๆ
 
อย่างไรก็ตาม นอกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดจะให้ความสนใจกับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงเงินหยวนซึ่งแข็งค่าหลุดระดับ 7.00 หยวนต่อดอลลาร์ โดยทางการจีนแสดงท่าทีระมัดระวังมากขึ้นต่อความเร็วของการแข็งค่าดังกล่าว ส่วนความกังวลด้านการคลังในญี่ปุ่นกำลังกดดันให้รัฐบาลต้องจัดการกับความวิตกนี้เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นรวมถึงค่าเงินเยนในปีนี้ ทางด้านค่าเงินบาทในระยะสั้นจะยังคงถูกชี้นำโดยปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความผันผวนของราคาทองคำโลก