Phones
หน้าแรก
Stock
เศรษฐกิจมหภาค
แบงก์ - Finance
อสังหาริมทรัพย์ - Marketing
ประกัน - ท่องเที่ยว
Variety
สกู้ป พิเศษ
SET
SPALI ปีม้า! ยอดขายรวม 4.5 หมื่นล. - ITEL รายได้ปี 69 โต 15%
MAI
PROEN กางแผนปี 69 เปิดเกมรุกธุรกิจ Smart City
IPO
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง UNIX จ่อขายไอพีโอ 180 ล้านหุ้น
บล./บลจ
บล.โกลเบล็กชี้ SET แกว่งตัวในกรอบ 1,300–1,330 จุด
เศรษฐกิจ-การเงิน-การคลัง
โกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาท 30.70-31.30
การค้า - พาณิชย์
SME D Bank ลุยมาตรการ ‘ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู’ พยุงธุรกิจภาคใต้
พลังงาน - อุตสาหกรรม
SCB EIC แนะอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ไทยรับมือความเสี่ยงภาษีชิป AI ของสหรัฐฯ
คมนาคม - โลจิสติกส์
WICE เสริมทัพรถหัวลากเพิ่ม 7 คัน ยกระดับศักยภาพขนส่งทางถนน
แบงก์ - นอนแบงก์
KBANK ตั้ง 2 ผู้บริหารระดับสูง เสริมแกร่งธุรกิจเวลธ์ - วาณิชธนกิจ
ไฟแนนซ์ - ลิสซิ่ง
SAWAD แกร่ง! ฟิทช์คงอันดับเครดิตที่ระดับ ‘A-(tha)’
SMEs - Startup
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
ประกันภัย - ประกันชีวิต
กลุ่มอลิอันซ์ ครองอันดับ 1 แบรนด์ประกันและบริหารสินทรัพย์ระดับโลก
รถยนต์
GPI ลุย “Bangkok International Motor Show” หวังรายได้พุ่ง 20 ล.
ท่องเที่ยว
TAGTHAi จับมือ BEM หนุนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อสังหาริมทรัพย์
SPALI กางแผนปีม้า ลุย 28 โครงการใหม่ ดันยอดขาย 4.5 หมื่นล.
การตลาด
บัตรเครดิต ttb ชวนแต่งบ้านรับปีใหม่ ช้อปคุ้มร้านดัง
CSR
TECHLEAD เข้าลงทุน Nestifly ยกระดับแพลตฟอร์มฟินเทค
Information
WICE รับเครื่องหมาย CFO มุ่งลดก๊าซเรือนกระจก
Gossip
PRM ติดโผหุ้นเด่นปีม้า โบรกชี้เป้า 9.80 บ.
Entertainment
ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0
สกุ๊ป พิเศษ
ภาวะธุรกิจที่อยู่อาศัยปี 2568-2569
SCB EIC แนะอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ไทยรับมือความเสี่ยงภาษีชิป AI ของสหรัฐฯ
2026-01-27 19:25:43
107
sharer
นิวส์ คอนเน็คท์ – SCB EIC มองอุปทานโลกอลหม่าน หลังเดินหน้าออกประกาศใหม่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับชิป AI บางประเภทการปรับขึ้นภาษีชิปขั้นสูงของสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานชิปโลก แนะผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยเร่งปรับกลยุทธ์ธุรกิจรับมือความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นางสาวจิรภา บุญพาสุข นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า จากกรณีที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าชิปขั้นสูงบางประเภทและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 25% ตามมาตรา 232 จากทุกประเทศซึ่งรวมถึงไทย มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2569 โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปในประเทศมากขึ้น และลดการพึ่งพาการนำเข้าชิปจากต่างประเทศโดยเฉพาะชิปขั้นสูงนั้น
โดยมองว่าการปรับขึ้นภาษีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อสินค้าชิปขั้นสูงเฉพาะในกลุ่มชิปประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะต้องมีค่าประสิทธิภาพการประมวลผลหรือ Total Processing Performance (TPP) และ DRAM Bandwidth สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด ตัวอย่างเช่น ชิป H200 ของ Nvidia และ MI325X ของ AMD ซึ่งใช้สำหรับการประมวลผลขั้นสูงในอุตสาหกรรม ไฮเทคต่าง ๆ อย่างไรก็ดี การเก็บภาษีนำเข้าชิปขั้นสูงในระยะแรกนั้นยังคงมีข้อยกเว้นภาษีเป็น 0% บางกรณี สำหรับกลุ่มชิปขั้นสูงที่ไม่เข้าเกณฑ์ เช่น การนำไปใช้ใน U.S. Data centers, R&D และสำหรับใช้ในบริษัท Startup เป็นต้น
นอกจากนี้ การปรับขึ้นภาษีชิปขั้นสูงคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้าในกลุ่มสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ของโลกอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ พึ่งพาการผลิตชิปจากต่างประเทศสูง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจส่งผลให้อุปทานโลกสะดุดลง ทำให้สหรัฐฯ ต้องเร่งใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมควบคู่กับกฎหมาย CHIPS Act เพื่อดึงฐานการผลิตกลับสู่ประเทศมากขึ้น โดย SCB EIC มองว่าการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตชิปโลกปรับตัวสูงขึ้น และเกิดการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานชิปใหม่ให้มีการขยายการลงทุนไปยังตลาดสหรัฐฯ มากขึ้นจากแรงกดดันของมาตรการภาษี
ทั้งนี้ ประเทสไทยอาจได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีชิปในหลายมิติ ทั้งด้านการค้าและการลงทุน ดังนี้ 1. ด้านการค้า การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไปตลาดสหรัฐฯ ยังคงได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด เนื่องจากประเภทของชิป (HS Code 8541) ที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่เป็นชิปที่ใช้ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ซึ่งยังได้รับสิทธิภาษี 0% และสินค้าไทยที่มีพิกัดศุลกากรตรงกับที่สหรัฐฯ ระบุ (HS code 8471.50, 8471.80 และ 8473.30) ยังไม่เข้าเกณฑ์ "ชิปขั้นสูง" ที่ถูกเรียกเก็บภาษี อย่างไรก็ตาม มองไปข้างหน้าไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการส่งออกชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องไปยังประเทศคู่ค้าสำคัญอื่น ๆ เช่น จีน, ไต้หวัน และญี่ปุ่น เป็นต้น
2. ด้านการลงทุน การปรับขึ้นภาษีชิปของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของไทย แม้ว่าไทยยังคงเป็นแหล่งลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติได้ดีต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนได้จากข้อมูลล่าสุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีต่างชาติเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม E&E ราว 21% ของการลงทุนทั้งหมด หรือมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 181,670 ล้านบาท แต่มาตรการภาษีที่มีเป้าหมายเพื่อดึงฐานการผลิตกลับสหรัฐฯ อาจสร้างความผันผวนต่อห่วงโซ่อุปทานชิปโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังแนวโน้มการลงทุนในอาเซียนรวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในไทย ยิ่งไปกว่านั้น การปรับขึ้นภาษีชิปขั้นสูงอาจส่งผลให้ราคาชิป AI โลกพุ่งขึ้นในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบมายังอุตสาหกรรม Data center ที่เข้ามาขยายการลงทุนในไทยอาจต้องแบกรับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและรักษาบทบาทในห่วงโซ่อุปทานชิปโลก โดยในระยะสั้น ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการจัดทำแผนประเมินความเสี่ยงในกลุ่มสินค้าตามพิกัดศุลกากรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีชิปของสหรัฐฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดในเอเชียที่มีศักยภาพมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ เช่น อาเซียน, ญี่ปุ่น และไต้หวัน เป็นต้น
สำหรับในระยะยาว แม้ไทยจะยังคงผลิตชิปต้นน้ำได้ค่อนข้างจำกัด แต่ไทยก็มีข้อได้เปรียบจากการเป็นฐานการประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันเร่งส่งเสริมการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะสูงที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันให้เกิดการผลิตสินค้าต้นน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตที่แข็งแกร่งเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้ในอนาคต
SPALI ปีม้า! ยอดขายรวม 4.5 หมื่นล. - ITEL รายได้ปี 69 โต 15%
ITEL กางแผนปี 69 โชว์ Backlog แน่น 2.2 พันล.
MENA ลุยขยาย Fleet รถขนส่ง หนุนรายได้เติบโตยั่งยืน
GBS จัดหุ้นเด่น รับดอกเบี้ยขาลง - APCO ส่ง BIM CC ปั๊มยอดขาย
APCO กางแผนปี 69 ส่ง BIM CC ปั๊มยอดขาย
COCOCO รับสัญญาณเชิงบวก - RT รุกโปรเจ็กต์มาร์จิ้นสูง