Phones





กลุ่มอัลฟา แคปปิตอล จ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนด 400 ล้านบ.

2026-05-01 11:38:22 71



นิวส์ คอนเน็คท์ - กลุ่มอัลฟา แคปปิตอล เผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ยอดเรียกเก็บปี 68 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย จ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนดกว่า 400 ล้านบาท สะท้อนสถานะการเงินที่มั่นคง

เมื่อวันที่ 1 พฤษถาคม 2569 นายวีร์ จารุนันท์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อัลฟา เปิดเผยว่า อัลฟา หนึ่งในผู้นำธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์แบบครบวงจร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) มีผลการดำเนินงานปี 2568 เป็นที่น่าพอใจ มียอดเรียกเก็บกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจแบบเดียวกัน สะท้อนถึงศักยภาพ การดำเนินธุรกิจ ที่แข็งแกร่ง ที่ถึงแม้ว่าจะเผชิญความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ด้วยผลกระทบตามมาตรฐานบัญชี ส่งผลทำให้อัลฟามีกำไรสุทธิเพียง 30 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโต และมีกำไร พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนดให้แก่ผู้ลงทุน มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน สภาพคล่อง ที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่มีวินัยทางการเงินสูง และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังยืนยันความเชื่อมั่นจากผลการดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ในรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งได้คืนหุ้นกู้เป็นตาม กำหนด มาอย่างต่อเนื่องในทุกรุ่นที่ผ่านมา

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 อัลฟา ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมทัพทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งนอกจากการแต่งตั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยุคใหม่ ยังได้มีการปรับทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามโรดแมพที่วางไว้ 

โดยมุ่งสู่แผนการดำเนินงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น จะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพอร์ตสินทรัพย์ ผ่านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การใช้เทคโนโลยี สนับสนุนการดำเนินงาน และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ที่ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจที่มีชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่สูง