Phones





PRM โชว์กำไร Q1 แตะ 628.9 ลบ. ธุรกิจ OSV-FSU ดาวเด่น

2026-05-18 20:11:06 78



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – PRM เปิดผลงานไตรมาส 1/69 มีรายได้รวม 2,111.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจ OSV เนื่องจากการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกกลางหนุนธุรกิจให้บริการเรือ FSU เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
 
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยบริษัทมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,111.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 628.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรือสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (OSV) ที่รายได้เติบโตถึง 36.0% และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.2% จากการเดินหน้าขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จากเรือ Crew Boat จำนวน 6 ลำที่ลงทุนใหม่ในระหว่างปี 2568 และเรือ FSO จำนวน 1 ลำที่เริ่มเข้างานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/2568  
 
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิเพิ่มอีก 112 ล้านบาทในช่วงปลายไตรมาส ขณะเดียวกัน ธุรกิจตัวแทนสายเดินเรือและออกของ (SAS) ยังเติบโตโดดเด่น โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 45.2% จากปริมาณงานขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือเพิ่มขึ้น ในส่วนของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและเคมี (PCT) แม้รายได้ลดลงเล็กน้อย 3.3% จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน แต่บริษัทได้ปรับกลยุทธ์นำเรือไปให้บริการในต่างประเทศมากขึ้น รวมถึงมีจำนวนเรือเข้าอู่ซ่อมบำรุงลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวยังเติบโต 5.9%
 
สำหรับสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ บริษัทสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ (COC) ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากหลีกเลี่ยงการนำเรือเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง (High Risk Area) อย่างเคร่งครัด อีกทั้งตามเงื่อนไขสัญญา ลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนค่าเชื้อเพลิงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวกลับส่งผลบวกต่อธุรกิจเรือกักเก็บและผสมน้ำมันกลางทะเล (FSU) จากความต้องการกักเก็บน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ส่งผลให้อัตราการใช้บริการเรือ FSU ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมี.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยผลักดันความต้องการใช้เรือในกลุ่ม OSV เพิ่มขึ้นในระยะยาว
 
“ณ สิ้นไตรมาส 1/69 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,669.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 965 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และความพร้อมในการลงทุนขยายกองเรือเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดพลังงานทั้งในและต่างประเทศ” นายวิริทธิ์พล กล่าว