Phones





เมืองไทยประกันชีวิต ชูความสำเร็จ ESG สู่เป้าหมาย Net Zero

2026-07-02 09:12:03 58



นิวส์ คอนเน็คท์ - เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำบทบาทองค์กรประกันชีวิตชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทยมายาวนาน เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Boost Your Happiness by Our People” มุ่งพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กร ควบคู่กับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงชีวิต พร้อมบูรณาการแนวคิดด้าน ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) บริษัทฯ จัดทำขึ้นตามกรอบการรายงานระดับสากล GRI หรือ Global Reporting Initiative ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การดูแลลูกค้า การพัฒนาคนในองค์กร การรับผิดชอบต่อสังคม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ในปี 2568 สังคมไทยให้ความสำคัญกับสุขภาวะเชิงป้องกันมากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ความคุ้มครองสุขภาพระยะยาว การวางแผนเกษียณ และการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องสำคัญของผู้บริโภค เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งมอบความคุ้มครองและความมั่นคงให้แก่ลูกค้าตลอดช่วงชีวิต

ในด้านความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) นั้น เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยบริษัทฯ ประกาศพันธสัญญาเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2573 ส่วนอาคารของบริษัทฯ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ สรรค์สาระ จังหวัดราชบุรี และอาคาร 66 Tower ได้รับรางวัลมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับสากล LEED ระดับ Gold สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ความสำเร็จด้านสังคม (Social) บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและชีวิต (Democratize Insurance) ควบคู่ไปกับการดูแลบุคลากร , รองรับสังคมสูงวัย (Super-Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านกลยุทธ์ "SILVER Readiness by MTL" พร้อมเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Health Ecosystem) และเครือข่าย Nursing Home รวมถึงเปิดตัวโครงการสมาร์ท ซิลเวอร์ และสมาร์ท ซิลเวอร์ พลัส, เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้สร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกด้วยฟีเจอร์ "Fit Rewards" บนแอปพลิเคชัน MTL Click ที่ให้ลูกค้านำคะแนนสุขภาพมาแลกรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุได้สูงสุดถึง 15%, ส่งเสริมความรู้ทางการเงินด้วยการเปิดตัวระบบ "MTL Retirement Check" เครื่องมือช่วยคำนวณและวางแผนเงินทุนเพื่อการเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ และ ในด้านการดูแลพนักงาน บริษัทฯ ได้รับรางวัลองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด "Best Places to Work 2025" จาก WorkVenture และรางวัล "HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

ส่วนความสำเร็จด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance) นั้น บริษัทฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินและการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ, เมืองไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทย ที่เข้าร่วมลงนามเป็นภาคีสมาชิกหลักการลงทุนที่รับผิดชอบระดับสากล (UN-Supported Principles for Responsible Investment: PRI), บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่มุ่งเน้น ESG ให้บรรลุ 16,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2571, บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางการเงินระดับสูง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนมากกว่า 350% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสูงกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดถึง 2.5 เท่า, ได้รับการจัดอันดับความเสี่ยงด้าน ESG จาก Morningstar Sustainalytics ที่ระดับ 19.9 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low Risk), คว้ารางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 จากสำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในภาคธุรกิจประกันภัย และยังได้รับการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากนี้ ในด้านผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า หรือ NPS เพิ่มขึ้นจาก 75 เป็น 78 คะแนน อีกทั้งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ และจาก Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha)

“เมืองไทยประกันชีวิตจะยังคงบูรณาการแนวคิด ESG เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับการบริการและความเป็นมืออาชีพ ภายใต้ความมุ่งมั่นในการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าวางใจ เพื่อส่งมอบความสุข ความมั่นคง และคุณค่าระยะยาวแก่ทุกภาคส่วน และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป” นายสาระกล่าวสรุป