Phones





กรุงศรี ชี้เงินบาทเคลื่อนไหว 32.40-33.00 บ./ดอลลาร์ เกาะติดพันธบัตรโลก

2026-08-24 19:18:19 98



 
นิวส์ คอนเน็คท์ – กรุงศรี โกลบอลมาร์เก็ตส์ ประเมินค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยตลาดยังติดตามภาวะตลาดพันธบัตรโลก ราคาพลังงาน และสุนทรพจน์ประธาน เฟด ในงานสัมมนาเชิงวิชาการที่ “Jackson Hole” ส่วนการประชุม กนง. 26 ส.ค.นี้ คาดคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00%
 
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.40-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังซื้อขายในกรอบ 32.64-33.16 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดรอบ 2 เดือน แม้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 3,456 ล้านบาท และ 3,922 ล้านบาท ตามลำดับ
 
ขณะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯประกาศขยายวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯระยะยาวเพื่อบรรเทาแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนที่พุ่งขึ้น โดยทางการจะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10 ปีถึง 30 ปี จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่9 กันยายน และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 4 พ.ย. แม้มาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวได้ แต่สะท้อนให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายมีความกังวลและพร้อมที่จะเข้ามาแทรกแซงตลาดเพิ่มเติม โดยความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายกระตุ้นแรงขายเงินดอลลาร์ ขณะที่ปัญหาการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัวต่อเนื่องไม่ได้รับการแก้ไข
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้มองว่า จุดสนใจหลักจะอยู่ที่ภาวะตลาดพันธบัตรโลก ราคาพลังงาน และสุนทรพจน์ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในงานสัมมนาเชิงวิชาการที่ Jackson Hole วันที่ 28 สิงหาคม อนึ่ง สำหรับประเด็นการคลังเห็นได้ชัดว่าผู้ร่วมตลาดตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐฯจะสามารถประกาศมาตรการใดที่มีนัยสำคัญเพียงพอและนำไปสู่การปฏิรูปอย่างน่าเชื่อถือได้จริงหรือไม่ ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา ในภาวะเช่นนี้ปัจจัยฉุดรั้งเงินดอลลาร์จะชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลของความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุปทานน้ำมันอาจจำกัดแรงขายดอลลาร์ได้บ้าง
 
ขณะที่ภาพรวมในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมวันที่ 26 ส.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และเงินเฟ้ออาจเร่งตัวชั่วคราวแต่คาดว่าจะกลับสู่กรอบเป้าหมายของกนง.ภายในครึ่งแรกของปี 2570 ทางด้านสภาพัฒน์รายงานจีดีพีไตรมาส 2/2569 เติบโต 1.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาส 1/2569 แต่สูงกว่าที่ตลาดคาด โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบเศรษฐกิจและทำให้ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกช่วยพยุงเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของจีดีพีปี 2569 เป็น 2.2% จากเดิมคาดไว้ที่ 2.0%