Phones





คปภ. ผนึกภาคีเครือข่าย ดันโมเดลชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย

2026-10-29 20:50:22 47



นิวส์ คอนเน็คท์ - คปภ. ผนึกพลังภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เปลี่ยนข้อมูลสู่ชีวิตจริง ดัน พ.ร.บ. 100% สู่ “โมเดลชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ตอกย้ำบทบาทองค์กรกำกับดูแลเชิงรุก (Smart Regulator) ที่มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน 

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญสู่การ “ตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” ควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ภายใต้นโยบายของ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ที่ประกาศเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ว่า “ความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกาย ไม่สามารถทดแทนได้ด้วยตัวเงิน” พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า ตลอด 35 ปีของระบบการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ภาคประกันภัยจะไม่ทำหน้าที่เพียงแค่ตั้งรับรอจ่ายค่าสินไหมทดแทน เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเท่านั้น แต่ต้องลงไปตัดต้นตอของอุบัติเหตุ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความสูญเสียตั้งแต่แรก

ในการนี้ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ได้กล่าวถึงแนวคิดและพลังในการขับเคลื่อนโครงการว่า “ความปลอดภัยทางถนนจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดจากการตั้งรับ มาสู่การลงมือแก้ปัญหาเชิงรุก การขับเคลื่อนโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการเก็บสถิติหรือทำงานเชิงวิชาการ แต่คือการนำพลังของข้อมูลอุบัติเหตุเชิงลึกและบทเรียนจริงจากพื้นที่ มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์และกลไกประกันภัย เพื่อร่วมกับชุมชนแก้ปัญหาจุดเสี่ยงที่ตรงจุด พร้อมต่อยอดผลสำเร็จจากจังหวัดปราจีนบุรีสู่การขยายผลใน 4 จังหวัด 6 ท้องถิ่นต้นแบบ      เพื่อสร้างระบบนิเวศความปลอดภัยที่ตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการผลักดันให้ประชาชนทุกคนมีหลักประกันความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. อย่างทั่วถึงและยั่งยืน” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกดังกล่าวสู่การปฏิบัติจริง

สำนักงาน คปภ. ได้เปิดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองหัวข้อ “ก้าวต่อไปของชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยไทย” ภายในการประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็น “โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ โดยระดมผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ร่วมถ่ายทอดบทเรียนจากการลงพื้นที่จริงและแปลงข้อมูลอุบัติเหตุสู่มาตรการเชิงรูปธรรม เพื่อขยายเกราะคุ้มครอง พ.ร.บ. สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง

คปภ. ลั่นวิชาการต้องผสานวิถีชีวิตจริงของชุมชน  
นายพงษ์ศักดิ์ ชีวรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน กลุ่มงานคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สำนักงาน คปภ. เผยว่า สำนักงาน คปภ. มุ่งยกระดับสู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Pre-crash Prevention) อย่างเต็มกำลัง โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างสำคัญระหว่าง "มาตรการลดการบาดเจ็บ" เช่น การรณรงค์สวมหมวกนิรภัยที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา กับ “มาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ” ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ต้องทำให้ “รถไม่ชน - คนไม่เกิดเหตุ” 

ทั้งนี้ บทเรียนจากการลงพื้นที่จริงร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และทีมวิจัย TDRI ใน 4 จังหวัดต้นแบบ (ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี) สะท้อนชัดเจนว่า มาตรการทางวิชาการต้องไม่ขัดแย้งกับวิถีชีวิตชุมชน เช่น การเสนอปรับย้ายจุดกลับรถในพื้นที่นำร่อง หากส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตเดิมของชาวบ้านจนเกิดการต่อต้าน มาตรการนั้น ก็ไม่อาจสำเร็จได้ การแก้ปัญหาอุบัติเหตุจึงมี 2 มิติ คือ ด้านกายภาพที่ปรับปรุงด้วยงบประมาณ และด้านพฤติกรรมมนุษย์ที่ต้องปลูกฝังจิตสำนึกรักความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งสำนักงาน คปภ. พร้อมผนึกกำลังร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยและภาคีทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนโครงการลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


บริษัทกลางฯ เปิดคลังข้อมูล e-Claim
นายประยูร ภู่แส รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ย้ำความพร้อมในการนำฐานข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุและข้อมูลการจ่ายค่าสินไหมทดแทน พ.ร.บ. ในระบบ e-Claim ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึก มาช่วยปักหมุดพิกัดอันตรายได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ท้องถิ่นนำไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด ทั้งการปรับปรุงกายภาพถนนและการสร้างวัฒนธรรม ความปลอดภัยผ่านชมรมถนนปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมสนับสนุนให้ใช้ระดับ อบต. หรือยูนิตท้องถิ่นขนาดเล็ก เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน เพราะมีความใกล้ชิดประชาชนและจัดการปัญหาได้คล่องตัวกว่า ควบคู่กับการเชื่อมประสานเข้ากับกลไก ศปถ. ทุกระดับ เพื่อให้พื้นที่สามารถทำงานต่อได้อย่างยั่งยืน

ปภ. ดึงพลัง ศปถ. สั่งการทะลวงคอขวดจุดเสี่ยง
นายดุสิต ศิริวราศัย ผู้อำนวยการ กองบูรณาการความปลอดภัยทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอให้ใช้กลไกศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เป็นศูนย์บัญชาการ โดยดึงผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เข้ามาเป็นแม่ทัพหลักในการใช้อำนาจสั่งการบูรณาการหน่วยงานเจ้าของสายทางทุกสังกัด และผลักดันปัญหาจุดอันตรายที่เกินกำลังท้องถิ่นขึ้นสู่ระดับนโยบาย โดยใช้ฐานข้อมูลอุบัติเหตุเชิงประจักษ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริหาร

สอจร. กางพิมพ์เขียว 4 มิติ ชูโมเดลคุมความเร็ว
นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) เสนอ 4 ยุทธศาสตร์ความร่วมมือที่สามารถดำเนินการได้ทันที ประกอบด้วย การประเมินสุขภาพผู้ขับขี่ร่วมกับเครือข่ายเวชศาสตร์จราจร การปูพรมลุยพื้นที่อำเภอเสี่ยงสูง การจัดระบบความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน และการควบคุมความเร็วในพื้นที่ “4 หน้า” (หน้าโรงเรียน หน้าโรงพยาบาล หน้าโรงงาน และหน้าตลาด) พร้อมเสนอให้สำนักงาน คปภ. TDRI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันลงพื้นที่แก้ไขจุดเสี่ยงบริเวณหน้าโรงพยาบาลกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางออกโรงพยาบาลกับทางหลวงสายหลักให้สำเร็จเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นโมเดลขยายผลต่อไป