Phones





กรุงศรี ส่องกรอบเงินบาท 33.50-34.00 บ./ดอลลาร์ ลุ้นผลเลือกตั้ง- จ้างงานสหรัฐฯ

2026-11-02 14:33:29 91



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 33.69 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.66-33.84 บาทต่อดอลลาร์ โดยแตะระดับอ่อนสุดรอบ 3 เดือนในช่วงแรก เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโรและเยน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75-4.00% ตามคาด หลังจากปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย.
 
อย่างไรก็ดี ในการประชุมครั้งนี้มีกรรมการ 2 รายที่สนับสนุนให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยในภาพรวมการคงดอกเบี้ยรอบนี้มีลักษณะเป็นเพียงพักการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าการส่งสัญญาณสิ้นสุดวัฏจักรการคุมเข้มนโยบาย ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยที่ 2.50% โดยเงินยูโรลดช่วงลบหลังประธานอีซีบีส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% และระบุว่าดอกเบี้ยยังอยู่ต่ำกว่าระดับเป็นกลาง เปิดทางสำหรับการปรับขึ้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 460 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 2,593 ล้านบาท
 
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์คาดว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับการเลือกตั้งกลางเทอมและข้อมูลจ้างงานเดือนต.ค. ของสหรัฐฯ หลังประธานเฟดเน้นย้ำว่ามุ่งมั่นที่จะนำอัตราเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% พร้อมชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง แต่ยอมรับว่าสภาวะการเงินตึงตัว โดยประธานเฟดมองว่ากระแสการลงทุนด้าน AI ก็ไม่ได้รอดพ้นจากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูงเช่นกัน ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง ทั้งนี้ ตัวเลขบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาส 3 ยังเติบโตได้ดีจากแรงหนุนของ AI ผ่านทั้งการใช้จ่ายและการลงทุน อนึ่ง เราคาดว่าหากความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนแรงลงและคะแนนความนิยมของพรรคเดโมแครตพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรอาจพักตัวได้บ้าง
 
ขณะที่ภาพรวมในประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์ ขณะเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนถูกกดดันจากหนี้สูง และสินเชื่อ SME ยังหดตัว อีกทั้งเงินเฟ้อไม่ร้อนแรงพอให้รีบขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนขึ้นราคาสินค้าเพิ่มเติมในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ท่าทีของกนง.เริ่มเข้มงวดมากขึ้น และแสดงความกังวลจากผลข้างเคียงของดอกเบี้ยต่ำยาวนาน เราคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะถูกตรึงไว้ที่ 1.00% ในช่วงสั้น แต่โอกาสปรับขึ้นในระยะกลางเพิ่มสูงขึ้น