Phones





DEMCO เร่งเครื่อง! ธุรกิจ Smart Energy เต็มสูบ

2026-05-28 11:08:39 118



นิวส์ คอนเน็คท์ - DEMCO รุกขยายธุรกิจ Smart Energy เต็มสูบ! รับดีมานด์พุ่ง ทั้งพลังงานสะอาด - Data Center หนุนโอกาสคว้างานเพิ่มต่อเนื่อง คาดปี 69 เตรียม COD โซลาร์รูฟท็อปเพิ่ม ตั้งเป้าปี 70 มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 20 MW กอด Backlog แน่น 3,160 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ภายใน 1–2 ปี ดันอนาคตเติบโตยั่งยืน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน (Smart Energy) อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายภาครัฐในการยกระดับระบบสายส่ง และโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ภายใต้แผนการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และแผนพลังงานแห่งชาติ โดยบริษัทฯ มองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนต่อเนื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในโครงการระบบจำหน่ายไฟฟ้า การพัฒนา Smart Grid และการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างขยายธุรกิจสู่แพลตฟอร์มพลังงานดิจิทัล และโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ อาทิ Smart Grid, Micro Grid, ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS), โครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Infrastructure), ศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่และเพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 20 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 6.925 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2569 จำนวน 1.533 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคู่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน รองรับทิศทางพลังงานแห่งอนาคตและโอกาสการลงทุนใหม่ในระยะยาว

“สำหรับจุดแข็งในการแข่งขัน DEMCO ยังคงมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ EPC สำหรับโครงการระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน มีประสบการณ์ด้านสถานีไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการครบวงจร ตลอดจนมีฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทางธุรกิจ และความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจว่าบริษัทฯ จะได้รับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลักดันผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นายณัฐพงศ์ กล่าว

ปัจจุบันบริษัทฯ มูลค่างานในมือ (Backlog) รวมกว่า 3,160 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2570

อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 15.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150.3% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 31.4 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 1.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.4% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 410.0 ล้านบาท