Phones





SME D Bank หนุนผู้ประกอบการใช้ AI ยกนะดับธุรกิจ

2026-02-02 19:48:58 90



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - SME D Bank วางเป้าหมายปี 69 สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำ AI มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนผ่านสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ วงเงินรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท
 
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 สามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี สอดคล้องเป็นไปตามพันธกิจของธนาคารที่มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงานประมาณ 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบ ที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ของธนาคาร ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 
นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เป็นต้น จำนวนรวมประมาณ 32,900 ราย ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน โดยหากแยกเป็น NPLs หลังออกจากแผนฟื้นฟู เมื่อปี 2558 ยอด NPLs จะมีเพียง 2.69% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีโดยรวม ขณะที่ยังให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) สูงถึงประมาณ 154% 
 

ขณะเดียวกันยังช่วย “พัฒนา” เพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอีมากกว่า 20,000 ราย ผ่านกิจกรรมออนไซต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ช่วยยกระดับ สร้างมาตรฐาน ขยายตลาด เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย เช่น อบรมหลักสูตรมาตรฐานบัญชีเดียว การเตรียมพร้อมสู่แหล่งทุน นำผู้มีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์ หรือ Influencer ช่วยรีวิวและขายสินค้าให้ลูกค้าธนาคาร แนะนำเปิดหน้าร้านบนแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์ พาจับคู่ธุรกิจ และเปิดพื้นที่ฟรี ให้เอสเอ็มอีมาขายสินค้าเป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น ควบคู่เสริมแกร่งผ่านออนไลน์ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจครบวงจรที่ธนาคารพัฒนาขึ้น โดยมียอดสมาชิกสะสม ตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อปี 2567 ถึงปัจจุบัน ประมาณ 46,000 ราย
 
“ในปี 2568 ที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทยต้องเผชิญความท้าทายมากมาย เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ มาตรการภาษีสหรัฐฯ การล้นทะลักของสินค้าต่างประเทศ และสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นต้น  ส่งผลให้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ กังวลความเสี่ยง เข้มงวดการปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอียากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ ต่างจาก SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ที่พร้อมช่วยเหลือเอสเอ็มอีเสมอในทุกสถานการณ์ ผ่านแนวทาง “พัฒนาคู่เติมทุน” หมายถึง ให้บริการด้านการเงินที่เหมาะสม ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตรงความต้องการ และสอดคล้องกับสถานการณ์ อีกทั้ง นำคำแนะนำจากลูกค้าตัวจริงเสียงจริงมาพัฒนากระบวนการ และใช้เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกเข้าถึงแหล่งทุน ควบคู่ช่วยพัฒนาเสริมศักยภาพธุรกิจเสมอ ทั้งด้าน Upskill Reskill ส่งเสริมการตลาดเชิงรุก  และที่สำคัญ คือ บุคลากรของ SME D Bank ทุกระดับประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายตรงกันที่จะช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยให้อยู่รอด และไปต่อได้อย่างยั่งยืน ทำให้ผลการดำเนินงานของ SME D Bank ในปีที่ผ่านมา มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง” นายพิชิต กล่าว
 

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปีนี้ (2569) ธนาคารมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ผ่านบทบาทการเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร, สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศ เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญสร้างระบบเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน  
 
ทั้งนี้ “ด้านการเงิน” ธนาคารจัดเตรียมบริการสอดคล้องกับพันธกิจธนาคารที่มุ่งสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุนผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่ โครงการ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน, โครงการ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME” มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity” สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท   
 
ในส่วนของ “ด้านการพัฒนา” ผ่านโปรแกรมพัฒนาทั้งออนไซต์และออนไลน์ที่เข้มข้นและเชิงลึก เน้นเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอี ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ทันเทรนด์เทคโนโลยี AI การเงินเชิงกลยุทธ์ และโอกาสเจาะตลาดใหม่ อีกทั้งช่วยทำตลาดเชิงรุก นอกจากนั้น ยังให้ความสำคัญ ในการดูแลลูกค้ากลุ่มเปราะบาง (Special Mention : SM) ด้วยการติดตามดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด สอบถามก่อนเกิดปัญหา และช่วยบ่มเพาะเพิ่มศักยภาพ สร้างโอกาสให้ธุรกิจกลับมาเดินหน้าต่อไปได้ดีในอนาคต