Phones





PHOL กำไร Q1 พุ่ง 25% ทะลุ 20 ลบ. ลุยแผนขยายฐานลูกค้า

2026-05-25 19:04:04 86



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - PHOL เปิดผลงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 20.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน เดินหน้ากลยุทธ์ “RAPID ORGANIC GROWTH” ลุยขยายฐานลูกค้าจากอุตสาหกรรมสู่ลูกค้า Non-Industrial รวมถึงการขยายช่องทางการตลาดแบบ Omni-Channel การเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ๆ และการที่นำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
 
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายธันยา หวังธำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 260 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากกลุ่ม SAFETY สินค้าและบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่มอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) โดยเฉพาะถุงมือเซฟตี้และรองเท้าเซฟตี้ ประกอบกับเศรษฐกิจและภาพรวมการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวดีขึ้นช่วงต้นปี ทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในกลุ่ม SAFETY รวมถึงกลุ่มสินค้าเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมหรือ CE มียอดขายเติบโตขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าทางการแพทย์และสุขภาพ และบริการงานวิศวกรรมด้านระบบบำบัดน้ำและสิ่งแวดล้อมจะมีรายได้ที่ลดลง แต่บริษัทสามารถทำอัตรากำไรได้เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าใหม่และสินค้าที่มีอัตรากำไรดีในกลุ่ม SAFETY และ CE รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยที่ 29.88% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนที่อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 26.85% โดยไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 20.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้นเป็น 7.80% จาก 6.46% ในไตรมาส 1/2569
 
สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 บริษัทกำหนดกลยุทธ์เร่งการขยายตัวแบบเน้นต่อยอดธุรกิจเดิมเป็นหลัก หรือ RAPID ORGANIC GROWTH ภายใต้กรอบ 3M ได้แก่ 1. More Penetrate การขยายฐานลูกค้าจากอุตสาหกรรมสู่ลูกค้า Non-Industrial เช่น โรงพยาบาล และลูกค้าทั่วไป รวมถึงการขยายช่องทางการตลาดแบบ Omni-Channel ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย กระจายสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าขนาดเล็กถึงกลางรวมถึงกลุ่มผู้บริโภค
 
2. More Products การเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ๆที่ตอบโจทย์ลูกค้าอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้บริโภค โดยบริษัทได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อความต้องการใหม่ๆของลูกค้า เช่น กลุ่ม Data Center และกลุ่ม Service ซึ่งมีความต้องการแตกต่างจากอุตสาหกรรมทั่วไป การขยายไลน์สินค้าทางการแพทย์ รวมถึงกลุ่มเทรนด์สุขภาพ ผู้สูงอายุ สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมความยั่งยืน และสินค้าคาร์บอนต่ำ และ 3. More Efficiency นำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายใน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความรวดเร็วและนำเสนอความแตกต่างในการบริการลูกค้า
 
“บริษัทมีการทำตลาดสินค้าใหม่ต่อเนื่องในกลุ่มสินค้า SAFETY โดยเฉพาะหมวดรองเท้าเซฟตี้ที่มีแนวโน้มเติบโตดี ทั้งในส่วนที่แบรนด์ของบริษัทเอง แบรนด์ ROCC และแบรนด์พันธมิตรอย่าง Skechers Work และ Puma Safety รวมถึงการทำตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์และโรงพยาบาล และสินค้าสุขภาพ ได้แก่ อุปกรณ์สำหรับห้องผ่าตัด เตียงผู้ป่วย ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานกลุ่มลูกค้าดังกล่าวมากขึ้น โดยมองว่าตลาดกลุ่ม Medical & Healthcare เป็นตลาดที่ใหญ่ บริษัทยังมีช่องในการเติบโตได้อีกมาก นอกจากนี้ ยังขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ สินค้าประหยัดพลังงาน หลอดไฟ LED โดยบริษัทได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายหลอดไฟ OSRAM ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีส่องสว่าง ซึ่งน่าจะสนับสนุนรายได้บริษัทให้เติบโตได้” นายธันยา กล่าว