Phones





orbix INVEST ยกเว้นค่าธรรมเนียมขาเข้า 0% ตามกลยุทธ์ OBX-BTC

2026-10-01 14:54:56 110



 
นิวส์ คอนเน็คท์ - orbix INVEST เปิดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมขาเข้า 0% สำหรับยอดลงทุนสูงสุด 1 ล้านบาทตลอดเดือนต.ค. นี้ ตามกลยุทธ์ OBX-BTC พร้อมมองบิตคอยน์กำลังเข้าสู่รอบฟื้นตัว หลังเงินทุนสถาบันไหลกลับต่อเนื่อง อุปทานใหม่มีจำกัด และราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม เปิดโอกาสสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการทยอยสะสมในระยะกลางถึงยาว
 
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด (orbix INVEST) เปิดเผยว่า บริษัทจัดโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มทุน (Front-end Fee) สำหรับกลยุทธ์ orbix BTC Flagship (OBX-BTC) จากปกติ 0.4% เป็น 0% สำหรับยอดลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาทต่อรายการ และสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ 1–30 ต.ค. 2569 เพื่อช่วยลดต้นทุนการลงทุนและเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบิตคอยน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กลยุทธ์ OBX-BTC เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับทิศทางราคาบิตคอยน์ โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมในครั้งนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถนำเม็ดเงินไปลงทุนได้เต็มจำนวนตั้งแต่วันแรก ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
 
ทั้งนี้ ประเมินว่าช่วงไตรมาส 4/2569 เป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยลงทุนในบิตคอยน์ หลังจากตลาดใช้เวลาปรับฐานมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 1 ปี และเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา แม้ราคาบิตคอยน์จะปรับตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดเดิมอยู่พอสมควร ขณะที่เงินลงทุนจากสถาบันเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และตลาดสามารถปรับตัวรับการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาด จึงมองว่าช่วงนี้เป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการทยอยสะสมในระยะยาว
 
โดยหลังจากราคาบิตคอยน์ปรับลงต่อเนื่องตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนต.ค. 2568 จนถึงจุดต่ำในช่วงกลางปี 2569 ปัจจุบันราคาฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และเริ่มกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นในเชิงเทคนิค โดยล่าสุดราคาปิดที่ 86,620 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่เดือนส.ค. ราคาปรับขึ้น 25% ถือเป็นเดือนที่ดีที่สุดนับตั้งแต่พ.ย. 2567 เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าตลาดกำลังเปลี่ยนจากแนวโน้มขาลงสู่ขาขึ้น ทั้งนี้ แม้ราคาจะฟื้นตัวแล้ว แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลราว 126,000 ดอลลาร์ราว 32% มองว่ายังมีช่องว่างสำหรับการเติบโตในอนาคต หากปัจจัยพื้นฐานยังเป็นไปในทิศทางบวก
 
ด้านปัจจัยมหภาค ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75–4.00% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งโดยปกติถือเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ราคาบิตคอยน์กลับปรับตัวขึ้นได้หลังการตัดสินใจดังกล่าว สะท้อนว่าตลาดได้ซึมซับความกังวลเรื่องดอกเบี้ยไปแล้ว และผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยอาจไม่รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาด
 
ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนสำคัญอีกประการมาจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.52 พันล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี ขณะที่สินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุนกลุ่มนี้อยู่ที่ระดับกว่า 99 พันล้านดอลลาร์ และจำนวนผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่ถือ ETF เพิ่มขึ้นถึง 150% ในรอบปี สะท้อนว่าการยอมรับบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักลงทุนสถาบันมากขึ้น
 
นอกจากนี้ ปัจจุบันบิตคอยน์ถูกขุดออกมาหมุนเวียนแล้วราว 20.09 ล้านเหรียญ หรือราว 96% ของเพดานสูงสุดที่กำหนดไว้ 21 ล้านเหรียญ ขณะที่หลังเหตุการ Halving ปริมาณบิตคอยน์ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อุปทานใหม่เติบโตช้าลง ขณะที่ความต้องการลงทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
 
อย่างไรก็ตาม บิตคอยน์ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง โดยประมาณการราคาสิ้นปีจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ยังกระจายกว้างตั้งแต่ 38,000 ถึง 170,000 ดอลลาร์ ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ยังกดดันให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (Dollar-Cost Averaging หรือ DCA) เพื่อช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาแทนการลงทุนด้วยเงินก้อนเพียงครั้งเดียว